7/6/57

รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 7) : Day 5 ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงของ Tuscany

ความเดิมตอนที่แล้ว


รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 1) : เตรียมตัวเที่ยว Italy ด้วยตนเอง
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 2) : ที่พักใน Italy 
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 3) : Day 1 ประสบการณ์การบินกับ Airfrance และการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองที่โรม (Rome)
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 4) : Day 2 When in Rome (โรม)
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 5) : Day 3 Vatican (วาติกัน) และ Fontana di Trevi (น้ำพุเทรวี่)
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 6) : Day 4 เก็บตก Rome (โรม)
เช้านี้เราจะเดินทางเปลี่ยนเมืองกันคะ ได้เวลาร่ำลาโรมมุ่งหน้าสู่ฟลอเรนซ์ จากโรงแรมเราก็เดินมายังสถานีรถไฟ Roma Termini
เราได้ซื้อตั๋วรถไฟไว้ล่วงหน้าแล้วตามที่เคยอธิบายไว้ในรีวิวตอนที่ 1  ...ก็กะเวลาไปให้ถึงสถานีก่อนเวลาที่รถไฟออกซัก 15 นาทีเป็นอย่างน้อยก็ดีคะ จะได้ไม่รีบร้อนมากในการเดินทาง พอไปถึงก็ดูป้ายว่าของเราอยู่ platform ไหน
จากนั้นก็เดินไปที่ platform ในใบจองตั๋วรถไฟของเราจะมีบอกว่าเราขึ้นที่ coach ไหนก็ไปรอขึ้นรถไฟตามป้ายได้เลยคะ
อันนี้เป็นหน้าตารถไฟที่เราจะใช้เดินทางกัน เป็นประเภท Frecciargento รถไฟความเร็วสูงที่เดินทางข้ามเมือง
เราจองรอบเดินทางไว้ตอน 8.50-10.22 ใช้เวลา 1.32 ชั่วโมงจาก Roma Termini ถึง Firenze S. M. Novella ภายในรถไฟก็สะดวกสบาย (นี่ขนาดเป็นชั้น economy นะคะ)  ราคาก็ 29 ยูโร
พอถึงสถานีรถไฟ เราก็ไปเช็คอินกันที่ Hostel Archi Rossi ก่อนจะไปตะลุยฟลอเรนซ์กัน รีวิวอ่านเพิ่มเติมได้ในตอนที่ 2
Florence เป็นเมืองหลวงของทัสคานี Tuscany เมืองนี้เป็นเมืองเล็กมาก เดินเที่ยวได้ทั่วเลย แต่เป็นเมืองเล็กๆที่จิ๋วแต่แจ๋วมาก เพราะมีสถานีท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆ และก็การเดินทางต่อไปเมืองอื่นๆใน Tuscany ก็สะดวกสบาย เราก็เวลาวางแผนนอนที่นี่กันทั้งหมด 5 คืน เพื่อเที่ยวทั้งในฟลอเรนซ์เองและต่อไปยังเมืองอื่นข้างๆ 

ก่อนจะไปเที่ยวไหน ขอเติมพลังงานกันก่อน เราเดินไปยังตลาดเมอกาโต เซนทราเล (Mercato Centrale) เป็นตลาดสดในร่ม และบริเวณตลาดเองก็มีแผงลอยขายของเหมือนเราเดินในตลาดนัดในบ้านเรานี่แหละ
เราจะไปกิน panini หรือ แซนด์วิชอิตาเลี่ยนกันที่ร้าน Nerbone คะ ร้านก็ตั้งอยู่ชั้น 1 ในตลาด คนเข้าคิวรอซื้อเพียบ (ส่วนใหญ่หน้าตาเอเชียทั้งนั้น สงสัยตาม lonelyplanet มากันหมด)
 พ่อค้าแซ่บม่ะ :D
เราก็ไปสั่งที่เคาน์เตอร์คะ ร้านนี้มีให้เลือกตั้งหมูและเนื้อ ชิ้นละ 3.5 ยูโร พอสั่งและจ่ายเงินแล้วก็เอาใบเสร็จมายื่นรอรับอาหาร ถ้าสั่งหมูก็รอที่เคาน์เตอร์นี้
 ถ้าสั่งเนื้อก็รอที่เคาน์เตอร์นี้ ไอ้น้ำจิ้มแดงๆข้างล่างนี่ตัวชูรสเลย มันจะเผ็ดๆนิดๆ อร่อย
 หน้าตาของแซนด์วิชคะ จริงๆมีแบบต้มเนื้ออย่างเดียวไม่เป็นแซนด์วิชด้วย แต่เราไปเช้าเกินไป เค้าบอกเมนูนั้นต้องหลังเที่ยง
 เปิดไส้ดูข้างในกันซะหน่อย อันนี้เนื้อ เราว่ามันอร่อยตรงน้ำจิ้มนี่แหละ
 อันนี้หมู เน้นพริกไทยดำ
ในตลาดมีของสดสำหรับแม่บ้านจ่ายตลาดขายด้วย ส่วนเราชอบร้านดอกไม้อารมณ์แบบนี้มาก
จากนั้นเราก็เดินไปยังดูโอโม จุดศูนย์กลางของเมือง จริงๆตรงนี้ที่ดูยิ่งใหญ่อลังการเพราะเป็น 3 อันติดกัน ประกอบไปด้วยเริ่มจากด้านซ้าย คือ ตัวโบสถ์Santa Maria del Fiore หอระฆังCampanile di Giotto และดูโอโม Duomo
ถ้าอยากเห็นวิวของดูโอโมและเมืองฟลอเรนซ์จากด้านบน เราจะต้องขึ้นไปชมจากหอระฆัง campanile di giotto ด้านบนอันนี้
เดินอ้อมมาด้านนี้ของดูโอโม ทางเข้าหอระฆัง จะมีประตูให้เข้าไปซิ้อตั๋วได้
ค่าตั๋ว 10 euro เข้าได้หมดในบริเวณนี้ 
 
เดินขึ้นหอระฆังจะมีจุดพักให้เป็นระยะๆ แต่ละจุดพักจะแวะถ่ายรูปได้ แต่ขอบอกว่าให้ save memory ไว้ถ่ายด้านบนดีกว่า เด็ดกว่าเยอะ อันนี้จุดพักแรกๆ เสียดาย battistero ปิดซ่อม
 
 จุดพักที่ 2 เมืองนี้เค้าคุม theme ได้ดีส้มจริงๆ
 
 
 
จุดพักที่ 3 จะเห็นหอระฆังแล้ว ขึ้นมาหายเหนื่อยเลยเนอะ เห็นวิวอย่างนี้
 
 
 
 
 
จากนั้นเราก็ไปชม Santa Maria del Fiore ที่นี่เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของอิตาลี รองจาก St Peter และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นโบสถ์โกธิคที่ใช้หินอ่อน 3 สี จาก 3 เมืองในทัสคานี  สีขาวจากเมือง carrara สีชมพูจาก Siena สีเขียวจาก Prado
ที่นี่ข้างนอกใหญ่โตอลังการแต่ข้างในก็เฉยๆ 
เพดานข้างในใต้โดมของบรูเนลเลสคี เป็นภาพสีปนเปียก The last judgement
ที่นี่ลงไปดูด้านล่างได้
 
 
 จากนั้นเราก็ออกมาจะไปชมแบตติสเทอโร (ฺBattistero di S.Giovanni) ซึ่งอย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าตอนนี้ปิดซ่อมอยู่ ด้านหน้าจะมีประตูทางทิศตะวันออกที่สวยงามมาก ขนาดมิเคลันเจโลยังชื่นชมและเอ่ยปากบอกว่าประตูบานนี้เป็นประตูแห่งสวรรค์ Porta del Paradiso
เข้ามาด้านในก็เงยหน้าชื่นชมความงามที่อยู่ตรงหน้าอย่างนี้ได้ สีทองของวิหารสำหรับศีลล้างบาปแห่งนี้ถือว่าอลังการงานสร้างมาก
 
 
 

ก่อนที่เราจะไปชมความงามของ Duomo ด้านบนกัน ขอเติมน้ำตาลหน่อย ไม่ไกลจาก duomo จะมี Gelato ร้านดัง Grom นั่นเอง ขอบอกว่าอร่อยจนต้องมากินซ้ำ โดยเฉพาะรส Pistachio
 
ช่วงที่เราไป ใกล้เทศกาล Easter ในตัวเมืองร้านค้าตกแต่ง หรือของที่จำหน่ายก็จะเป็นรูปไข่ Easter น่ารักๆซะเยอะ
จากนั้นเราก็เดินกลับมายัง Duomo กันคะ เพื่อขึ้น Copula คิวต่อแถวยาวเหมือนกันนะที่นี่
ที่นี่คนมือบอนเหมือนกันนะ ชอบเขียนโน่นนี่กันเต็มไปหมด ทั้งกำแพงและแม้แต่โบกี้รถไฟ
เดินขึ้นมา เราจะเห็นภาพวาดเฟรสโก้ในระยะใกล้
สิริรวมแล้วเราต้องปีนบันไดทั้งหมด 463 ขั้นเพื่อขึ้นไปถึงยอดข้างบน แรกๆทางไม่ค่อยยากเท่าไร แต่พอหลังๆเริ่มแคบ และห้ามสวนกัน
ขึ้นไปด้านบนสุดเราจะเห็นวิวทั้งเมืองฟลอเรนซ์ (จริงๆเราขึ้นหอระฆังมาแล้ว มาที่นี่เลยไม่ค่อยฟินเท่าไร) ถ้าให้เลือกปีนขึ้นมาด้านบนทีเดียวสำหรับคนที่เวลาจำกัด เราว่าขึ้นหอระฆังดีกว่า
 
 
 

และเป็นประเพณีไปแล้วเรื่องห้อยกุญแจ ดูความพยายามของคนที่มาเที่ยวซิ
จากนั้นเราก็ไปเดินเล่นกันแถว Piazza della Repubblica ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้ง
 
 
เอกลักษณ์ของที่นี่คงหนีไม่พ้นเจ้าม้าหมุนตัวนี้
และประตูอันยิ่งใหญ่
เดินไปอีกนิดก็จะเจอ Piazza della Signoria ลานกว้างหน้าวังเวคคิโอ
ตรงนี้ก็จะมีรูปปั้นจำลอง เดวิดจำลองก็อยู่ที่นี่แหละ
 
 ในตลาดใกล้ๆ มีเจ้าหมูป่าตัวนี้ อย่าลืมไปลูบนะคะ จะได้กลับมา florence อีก
เดินจากตรงนี้เลยไปอีกนิด ก็จะเจอสะพานสำคัญของเมือง Ponte Vecchio จริงๆที่นี่เราเคยเห็นคนถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน ออกมาแล้วงามมาก กะว่าจะมาตามรอย ปรากฏว่ามาถึงตรงนี้ทุ่มนึง แดดยังจ้าอย่างที่เห็น เลยอดไป T_T
 
คนมาพายเรือกันเยอะทีเดียวในแม่น้ำอาร์โน
หมดแรงแล้วตอนนี้ ฮ่าๆ จริงๆแค่วันแรกนี้เราก็เก็บที่สำคัญๆของเมืองฟลอเรนซ์ไปได้หลายที่แล้วนะคะนี่ การเดินทางก็ใช้การเดินเท้าทั้งหมด สถานที่ต่างๆมันอยู่ใกล้ๆกันหมด ระยะเดินถึง

เย็นนี้เราจะไปทานกันที่ Birreria Centrale ซึ่งอยู่ใกล้ๆกะ Piazza della Signoria โต๊ะที่นี่จะใหญ่มาก
 
 
 
 ในทริปนี้ เราชอบร้านนี้มากที่สุดเลยหละ แนะนำขอให้ไปลองคะ โดยเฉพาะเจ้า Grill mix เนื้อ 4 ชนิด / salmon กะ Grapefruit อร่อยมาก
 
 
 
 
 
 ค่าเสียหายมื้อนี้ 80.85 ยูโร
ก่อนกลับที่พัก แวะชมดูโอโมยามค่ำคืนกันเสียหน่อย
ตอนต่อไป
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 8) : Day 6 ช็อปปิ้งที่ The Mall Outlet และเมื่อโลกมันเอียงที่ปิซ่า (Pisa)