1/6/57

รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 6) : Day 4 เก็บตก Rome (โรม)

ความเดิมตอนที่แล้ว


รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 1) : เตรียมตัวเที่ยว Italy ด้วยตนเอง
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 2) : ที่พักใน Italy 
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 3) : Day 1 ประสบการณ์การบินกับ Airfrance และการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองที่โรม (Rome)
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 4) : Day 2 When in Rome (โรม)
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 5) : Day 3 Vatican (วาติกัน) และ Fontana di Trevi (น้ำพุเทรวี่)
วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ในโรมกันหละคะ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น ก็ถือโอกาสเก็บตกและช็อปปิ้งกันสั่งลากรุงโรม 
เริ่มต้นด้วยตอนเช้าเราไปที่ Borghese Gallery บอร์เกเซ แกลลอรี่ ที่นี่เราใช้บัตร Roma pass เข้า ไม่ต้องเสียค่าตั๋วค่าเข้านะคะ แต่โทรมาจอง booking ก่อนว่าจะเข้ารอบใด เพราะที่นี่เป็นแกลลอรี่ไม่ใหญ่มาก เค้าจำกัดคนต่อรอบคะ 

การเดินทางเรานั่งรถเมล์ไป พอถึงสวนสาธารณะบอร์เกเช ก็เดินเข้าไปในสวน ก็จะเจอแกลลอรี่คะ เหมือนทางเข้าจะเข้าได้หลายทางอยู่ แนะนำให้พึ่งพา google map เช่นเคยสำหรับการเดินทาง 
เราไปถึงไวกว่าเวลาที่เค้าจะเปิดให้เข้ารับตั๋ว ก็เดินชมสวนรอบๆกันก่อนรอเวลา
 
พอได้เวลา เราก็ลงไปชั้นล่าง เอาใบจองที่เราได้ confirm ทาง email ไปรับตั๋วด้านล่างคะ ที่นี่เค้าไม่ให้เอากล้องเข้าไป ก็ฝากกล้องฝากของไว้ที่ชั้นล่างนี่ได้เลย (เลยต้องแอบถ่ายจากมือถือแทน ><)
 
 
ใครอยากเช่า Audio Guide เพิ่มก็ 5 euro
 
แกลลอรี่นี้แต่เดิมเป็นวิลล่าของคนในตระกูลบอร์เกเซ แล้วในภายหลังก็พัฒนาให้มาเป็นแกลลอรี่ พอเราเข้าไปเดินข้างในก็จะรู้สึกว่าเหมือนเดินอยู่ในบ้านคนรวยๆ มีการตกแต่งอย่างหรูหรา อลังการ การโชว์พวกรูปปั้นแกะสลักก็จะแบ่งออกเป็นห้องๆ โทนสีที่ใช้นี่ถูกใจเรามาก สี pastel หวานๆ ทั้งนั้นเลย โปรดสังเกตเพดาน ภาพวาดก็งามไม่แพ้ที่ใดๆ
 งานศิลปะที่นี่จะเน้นเป็นพวกหินอ่อนแกะสลัก และภาพวาดเสียมาก ตั้งแต่เราดูงานอาร์ตมาตลอดทั้งทริป เราชอบที่นี่มากที่สุดเลย รู้สึกว่าขนาดมันเล็กกำลังดี สามารถเดินได้ทั่วโดยไม่เบื่อ ส่วนตัวชอบงานหินอ่อนแกะสลักมากกว่าพวกวาดภาพด้วยแหละ เพราะรู้สึกว่าไม่ต้องตีความมาก 55 ...แนะนำเลย ใครชอบงานศิลป์ขอให้มาที่นี่

งานชิ้นดังที่สุด ของที่นี่ก็คือรูปปั้นเปลือยของพอลีน Pauline Bonaparte พอมองใกล้ๆแล้วก็ต้องอึ้ง หินอ่อน ทำให้ผ้ามีความรู้สึกพลิ้วไหวได้ขนาดนี้ ลองเดินวนรอบๆนะคะ แต่ละมุมก็จะให้ความรู้สึกถึงอารมณ์ของรูปปั้นต่างๆกันไป

ส่วนตัวแล้วเราชอบรูปนี้มาก อพอลโลและตาฟเน (Apollo and Daphne) เป็นเรื่องราวของเทพอพอลโลที่โดนศรของคิวปิดทำให้หลงรักดาฟเนอย่างไม่ลืมหูลืมตา ในขณะเดียวกันดาฟเนกลับถูกศรแห่งความเกลียดชังพยายามหนีจากอพอลโล งานชิ้นนี้เป็นของแบร์นินี่
 รูปเดวิดกำลังเอี้ยวตัวขว้างก้อนหินใส่ยักษ์
รูปเทพพลูโตกำลังอุ้มโพรเซอพีน ในขณะที่เธอพยายามหนี ให้สังเกตือของพลูโตที่กดลงไปยังต้นขา มีน้ำหนักดูเหมือนกดลงบนเนื้อคนจริงๆ
รูปปั้นอื่นๆ
 
 
 
 
 
ที่นี่เค้าจำกัดเวลาให้ชมได้แค่ประมาณ 2 ชม. แต่เราลองดูแล้วทำเวลาได้ดี 2 ชั่วโมงเหลือๆคะ ก่อนกลับเราก็มาเติมพลังกาแฟที่ cafe ด้านล่าง อร่อยใช้ได้เลย ขอเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกับการสั่งกาแฟที่นี่นิดนึง ที่นี่ไม่มี Starbucks นะคะในอิตาลี สงสัยคนที่นี่ชอบกินกาแฟเข้มๆกัน แล้วก็สารพัดกาแฟที่นี่ก็ดัง เวลาสั่งเราก็รอรับที่เคาน์เตอร์บาร์ได้เลย ปกติคนที่นี่เค้าก็จะทานกันตรงบาร์นั้นแหละ ส่วนใหญ่จะทานกันเป็นกาแฟร้อนมากกว่า ทานเป็น shot ใครจะใส่แก้ว Take away ก็อย่าลืมบอก barista ก่อน
ก่อนกลับ เราก็ไปเดินเล่นกันในสวนบอร์เกเซ
 
คนมาวิ่งกันเยอะทีเดียวคะ
มีเจ้ารถนี่ให้เช่าขับเล่นด้วย
จากนั้นเราก็ไปยังบันไดสเปน Scalinata di Spagna หรือ Spanich steps กัน ที่นี่เป็นบันไดที่เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinit dei Monti จัดเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยโรป มีทั้งหมด 138 ขั้น
เสียดายมาก น้ำพุเรือ หรือ Fontana della Barcaccia (Fountain of the Old Boat) ซึ่งเป็นฝีมือของแบร์นีนี่ปิดซ่อม ไปอิตาลี ตรงไหนๆ มักจะมีปิดซ่อมเสมอ T_T
ด้านบนของบันไดเป็นโบสถ์ Trinità dei Monti Church
ด้านในโบสถ์
มองจากด้านบนตรง Piazza Trinità dei Monti เราก็จะเห็นวิวโรมแบบนี้
ตรงบริเวณแถวนี้มีคนมาขายภาพวาด และวาดภาพเหมือนเยอะเหมือนกัน
 
บันไดสเปน นี่คนเยอะมาก วุ่นวายสุดๆจะถ่ายให้ไม่ติดคนนี่ทำได้ยากมากฮะ
 ตอนนี้ หิวแล้ว ไปทานข้าวเที่ยงกันคะ วันนี้จะพาไปทานร้าน  Ristorante Enoteca Corsi อยู่ในระยะเดินได้จากบันไดสเปน
ประกาศเกียรติคุณ การันตีความอร่อยเพียบ
 
ร้านนี้ตอนเราไปถึงคนแน่นร้านเลยหละ จะมีพนักงานคนนีงที่รับออเดอร์ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ เวลาสั่งก็สั่งกะผู้หญิงคนนี้ ทุกจานโดยรวมโอเคหมด แต่ที่ปลื้มปริ่มมาก คือ สตูว์เนื้อ จิ้มกะขนมปังนะ อร่อยมากๆ เปรมเลย
 
 
 
 
 
 
ค่าเสียหายมื้อนี้ 78 ยูโร
ไม่ไกลจากร้านอาหาร เราก็เดินไปยัง Basilica di Santa Maria sopra Minerva โบสถ์เล็กๆแต่สวยงาม
 
 
 
 
 
 
เดินไปอีกนิดนึงก็จะถึงวิหารแพนธีออน Pantheon ด้านนอกดูธรรมดามาก เก่าด้วย แต่ที่เด็ดคือด้านใน
 
เข้าไปปุ๊บ เงยหน้ามองเพดานก็จะเจอโดมขนาดใหญ่ รูตรงกลางเป็นต้นกำเนิดแสงเพียงแห่งเดียวอยู่บนยอดโดมที่มีชื่อว่า Oculus แปลว่าดวงตา อ่อ ที่นี่เป็นฉากที่ใช้ถ่ายทำ Angel and Demons ด้วย
ที่นี่ยังมีหลุมฝังศพ ร่างของราฟาเองอยู่ทางด้านซ้ายของแท่นบูชา
และหลุมฝังศพของกษัตริย์วิคเตอร์ เอมานูเอลที่ 2
มาถึงแพนธีออนแล้ว เราก็ไม่พลาดร้าน Gelato ดัง Cremeria Monteforte ถ้าหันหน้าเข้าหาแพนธีออน ร้านจะอยู่ข้างๆ ในซอยทางขวามือคะ หาไม่ยาก
 
 
 
จุดหมายปลายทางสุดท้ายก่อนลาโรม ก็คือ การช็อปปิ้งที่ถนนคอนดอตติ Via Condotti ที่อยู่หน้าบันไดสเปนนั่นเองคะ หลากหลายแบรนด์ชั้นนำ หาได้ในย่านนี้ :)
 
 
 
 
 
จบแล้วคะ สำหรับ 4 วัน 3 คืนในโรม เดี๋ยวตอนหน้าเราจะย้ายเมืองพาไปเที่ยว Florence กัน :)
รีวิว เที่ยวอิตาลี (ตอนที่ 7) : Day 5 ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงของ Tuscany