25/1/58

รีวิว เที่ยวญี่ปุ่น (ตอนที่ 3) : โอซาก้า (OSAKA)

ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังจากที่เราเที่ยวที่คาวากุจิโกะกันสองคืนแล้ว จุดหมายปลายทางถัดไปของเราก็คือการไปเที่ยวแถบคันไซ โดยยึดโอซาก้าเป็นที่พักหลัก เพื่อจะได้ไม่ต้องย้ายสัมภาระและที่นอนบ่อย อาศัยว่าเป็นทริปไปเช้าเย็นกลับแทน 

การเดินทางจากคาวากุจิโกะไปยังโอซาก้า วิธีที่น่าจะสะดวกที่สุด ก็คือ การนั่ง Limited Express Bus "Mishima Kawaguchiko Liner" จากคาวากุจิโกะไปลงที่ Mishima ค่ารถบัสก็ 2260 เยน ซื้อที่ที่ขายตั๋วที่ kawaguchiko station ได้เลย
 เราไปรอบ 9.20 พอใกล้เวลารถออกเราก็มายืนรอที่ป้ายรถ ที่นี่เค้าตรงเวลากันมากๆๆๆ
ภายในบัส
 ประมาณ 11.03 ก็ถึง Mishima
จา่กนั้นเราก็มาซื้อตั๋ว Shinkansen เพื่อต่อไปยัง Osaka
เราไม่ได้ซื้อตั๋ว shinkansen ล่วงหน้า ไปถึงที่สถานีก็ซื้อเลย เค้าก็ถามว่าจะระบุ seat มั้ย ก็บอกเค้าว่าระบุไป มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย รวมๆแล้วค่าตั๋วก็ 11880 เยน 
จริงๆแล้ว ทริปนี้เราพลาดมาก คือ อยากกินเบนโตะบนรถไฟ แต่คนในทริปไม่อยากกิน เลยอด เลยซื้อ sandwich ขึ้นไปกินบนรถไฟแทน ร้าน doutor นี่ก็เป็น chain อารมณ์ au bon pain บ้านเรา พบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น
 
พอใกล้เวลารถออกก็ขึ้นไปบนสถานีกันคะ ณ จุดนี้ยังเห็นภูเขาไฟฟูจิเลย
มาแล้ว ชินกันเซน เธอไวจริงๆ 
 
เราออกจาก mishima รอบ 11.48 ประมาณ 14.16 ก็ถึง Osaka อ่อ ลืมไปจริงๆมีต้องไปเปลี่ยนสถานีที่ shin osaka ด้วย หากใครพักแถบ osaka station แบบเรา ก็คือ จะต้องเดินออกมาอีกนิด เพื่อไปเปลี่ยนเป็น JR Kyoto line local 

จากนั้นก็มุ่งตรงสู่ที่พัก รอบนี้เราพักที่ The Ritz-Carlton Osaka ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ตามลิงค์
 
หลังจากเช็คอินเรียบร้อย เราก็รีบออกไปเก็บตกเมืองโอซาก้ากันคะ ก่อนที่จะหมดเวลาเที่ยวสำหรับวันนี้ จากโรงแรมก็เดินไปยัง osaka station ก่อนอื่นก็ต้องซื้อบัตร ICOCA ก่อนเลย ซื้อบัตรใหม่จากที่ตู้ได้เลย อันนี้ก็เหมือนบัตร suica ที่เราใช้กันที่ tokyo แต่บัตรนี้ใช้แถบ kansai แทน 
เดินผ่านตู้ขนมร้านนี้ แวะซื้อเลย รสชาติไม่ผิดหวัง 
เราจะไปกันที่ osaka castel จาก osaka station ก็ไปลงที่ OSAKAJOKOEN  
แล้วก็เดินอีกซักประมาณ 10 นาที เดินผ่านสวน มีป้ายบอกทางตลอด แล้วเราก็จะเห็นปราสาทโอซาก้าแบบนี้ มาถึงก็เย็นแล้วแสงน้อย T_T
 มันเป็นอะไรที่ contrast กันเมื่อยืนอยู่บนสะพาน ด้านนึงเป็นปราสาทโอซาก้าที่ดูมีประวัติศาสตร์ หันไปอีกด้านนึงของสะพานก็จะเห็นเป็นตึกทันสมัย concrete jungle
 เดินข้ามสะพานมา เราก็จะเห็นปราสาทในระยะประชิด
 นี่แค่ 5-6 โมงเย็น เราก็เห็นพระจันทร์ขึ้นกันแล้ว
 ช่วงที่ไปใบไม้แดง ใบไม้เหลืองยังเบ่งบานอยู่นะ แต่ก็น้อยลงมาก
 อีกซักมุมก่อนกลับ
ออกจากปราสาทแล้ว เราก็กลับทางเดิม มาลงที่ osaka station อีกครั้ง จุดหมายถัดไปของเราก็คือ Umeda sky building คือ ถ้าลงจากสถานี จะเห็นตึกอยู่ไกลๆเลย แต่ตอนเดิน นี่ไกลชะมัด
ตรงบริเวณใต้ตึกนี่ก็จะมีขายของ บรรยากาศเหมือน carnival/งานวัดบ้านเรา เป็น theme x"mas 
 
 
แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชมวิว เราไปเติมพลังกันก่อน มื้อเย็นเรากินกันที่ kiji ซึ่งอยู่ชั้น B ของตึก จริงๆ ตรงใต้ตึกนี้เรียกว่า food plaza "takimi-koji" มีร้านอาหารเพียบ ใครสนใจร้านไหนก็มาลองกันได้ แต่ร้านแถวนี้ปิดประมาณ 3 ทุ่มนะ
 ร้านนี้เค้าดัง โอโคโนมิยากิ คนต่อคิวเพียบจริงๆ
 ถ้านั่งเคาน์เตอร์ chef ก็ทำสดๆให้ดูตรงหน้าเลย
 
 ที่ฝาผนังข้างโต๊ะ คนก็มักจะเสียบนามบัตร เขียนโน่นนี่ก็เต็ม อย่างที่เห็น
 malt's beer นุ่มๆ
 โอโคโนมิยากิ ที่นี่ก็มี 4 รสตามรูป มีปลาหมึก หมู กู้ง ปลาหมึกยักษ์
 จำไม่ได้แล้วหน้าอะไร เรานั่งที่โต๊ะ เค้าจะทำสำเร็จแล้วมาวางบนเตาให้

 ยากิโซบะก็อร่อย
 4 คน 3 จานก็อิ่มหละ มันเป็นอาหารที่กินได้ไม่เยอะนะ เลี่ยน แม้จะอร่อยก็ตาม 
เช็คบิลเสร็จ เค้าให้บัตรส่วนลดค่าเข้าชม floating garden ด้วย 
เดี๋ยวเราจะขึ้นไปบนยอดตึกนี้กัน Umeda sky building
ไป floating garden ก็เดินตามป้ายได้เลย 
 ก่อนไปขึ้นลิฟต์ เรามองออกไปก็จะเห็นบรรยากาศด้านนอกสวยๆช่วง x'mas
 floating garden นี่เปิดตั้งแต่ 10.00-22.30 ใครอยากมาชมวิวตอนกลางวันก็ได้ หรือ ยามค่ำคืนก็ได้ ให้อารมณ์กันคนละแบบ
 มีป้ายบอกเวลาพระอาทิตย์ตกดินด้วย เพื่อใครอยากมาชม sunset
 เมื่อขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่ 173 เราก็จะเห็นบรรยากาศแบบนี้ แสงสีเมืองโอซาก้า
 ตรงริมกระจกนี้ จริงๆเหมือนเป็นโต๊ะบาร์ แต่ผู้คนจับจองพื้นที่แน่นตลอด โดยเฉพาะคนที่เค้ามาเป็นคู่กัน
 เค้าจะมีกระดาษรูปดาว ให้เราเขียนคำอวยพร หรือ อะไรก็ได้ แล้วนำไปติด
 
 หลังจากเดินรอบๆแล้ว เราก็สามารถขึ้นไปที่ roof top ที่ไม่มีกระจกกั้นได้
 มองออกไป ก็จะเห็นสถาปัตยกรรมอันสวยงามของตึกนี้ ที่เห็นตรงกลาง จะเป็นบันไดเลื่อนที่เราขึ้นมา ส่วนรอบๆกลมๆนั้น เราสามารถเดินได้รอบคะ
 วิวสุดลูกหูลูกตายามค่ำคืน
 แสงสี นี่ให้บรรยากาศสองอารมณ์นะ หนึ่ง ความคึกคักของเมือง สอง ความเหงาของคนที่เฝ้ามอง
เดี๋ยวตอนหน้า เราจะพาไปเที่ยว kobe กันคะ