21/12/56

รีวิว โรงแรม 9w Boutique Studio เชียงใหม่


"If music be the food of love, play on" - Shakespeare 
"Without music, life would be a mistake" - Friedrich Nietzsche
"Music a moral law. It gives soul to the universe, wings to the mind, flight to the imagination, and charm and gaiety to life and to everything" - Plato

ใครหลงรักในเสียงเพลงเหมือนเราบ้าง เราว่าเพลงนี่ก็แปลกดี ไม่ว่าเราจะอยู่ในอารมณ์ไหน เศร้า เหงา รัก คิดถึง ฯลฯ เรายิ่งฟังเพลงนั้นๆได้เข้าถึงอารมณ์มากขึ้น...สไตล์เพลงเปลี่ยนตามยุคตามสมัยไปเรื่อย แต่หลายๆเพลงก็ยังคงความ classic แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน

พูดถึงเพลงซะนาน เข้าเรื่องของเรากันดีกว่า เราเพิ่งมีโอกาสได้ไปพักที่ โรงแรม 9w Boutique Studio เชียงใหม่ ซึ่งถ้าใครหลงรักในเสียงเพลง ชอบดนตรีน่าจะชอบโรงแรมนี้เลยหละ อันนี้ website ของโรงแรม ส่วนอันนี้ Facebook คะ 
โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็กๆ อยู่แถวช้างคลาน เชียงใหม่ อยู่ตรงข้ามกับวัดชัยมงคล / โรงแรมปิงนครา จัดได้ว่าเป็น boutique hotel เล็กๆ มีแค่ 12 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องก็จะตกแต่งตามสไตล์เพลงแตกต่างกันไป 12 สไตล์ แค่เดินเข้าไปใน lobby ก็เริ่มสัมผัสได้ถึง music is all around
 
ขนาดของห้องก็จะมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ Studio Type ห้องเล็กสุด Upper Studio Type ห้องขนาดกลาง และห้องใหญ่สุด คือ Loft Suite Type  ห้องที่เราเลือกพักในคราวนี้เป็นห้อง Upper Studio Type...ที่นี่เค้าเรียกห้องเป็น Track
ตอนที่ไปถึงโรงแรมห้อง Upper Studio Type มีว่าง 3 ห้อง คือ Disco, The Beatles style และ King of Pop จริงๆเราจองไว้ 2 ห้อง แต่เลยขอทางโรงแรมดูห้องจริงก่อนว่าจะนอนห้องสไตล์ไหนดี ไปดูห้องกันคะ 

เริ่มด้วย The Beatles Style ห้องนี้อยู่ชั้น 3 ของโรงแรม อ่อ โรงแรมที่นี่ไม่มีลิฟต์นะคะ...ห้องนี้เป็นเตียงเดี่ยว เตียงจะเป็นกลมๆอ่ะ ตกแต่งโทนน้ำตาล แดง สีสันสดใส เราไม่ได้เลือกห้องนี้ เพราะเตียงนี่แหละ พอดีขายาว กลัวนอนออกมาแล้วเลยเตียง 55
 
 
ห้องต่อมา คือ King of Pop อันนี้อยู่ชั้น 3 เหมือนกัน เพื่อนที่มาด้วยกันกะเรานอนห้องนี้ ความรู้สึกเหมือนห้องนี้จะใหญ่กว่าห้อง The Beatles Style เล็กน้อย ชอบห้องนี้ตรงโซฟาใหญ่ และทีวีหมุนได้ 360 องศา จะนั่งทางโซฟาแล้วดูทีวี หรือนอนบนเตียงแล้วดูทีวีก็ได้แล้วแต่จะหมุน  ตกแต่งสีขาวดำ มีรูปเพชร ดู glam มาก มีฉากกั้น screen เป็นรูป MJ เหมือนได้นอนกะ King of pop อิอิ
 
 
 
 
ห้องสุดท้าย คือ Disco อยู่ชั้น 2 ของโรงแรม ซึ่งเป็นห้องที่เราเลือกนอน จริงๆ ชอบห้องนี้ตั้งแต่ตอนที่ดูรีวิวจากของคนอื่นแล้ว ตอนที่จองโรงแรมก็ request ขอนอนห้องนี้ด้วย มาดูห้องกันคะ ห้องแต่งธีมสีดำ-เขียว เตียงคู่ แต่เตียงเป็นแบบล้อหมุน
 
 
เข้ามาถึงเราจะเห็นเจ้าไฟ Disco เด่นมากที่สุดในห้องเลย ไฟจะสลับสีไปเรื่อยๆ ทุกคนคงจะสงสัยว่าเรานอนหลับมั้ย ไฟวิ้งวับซะขนาดนี้ คำตอบก็คือ ปิดตอนนอนซิคะ จะได้นอนหลับ แหะๆ :D

ส่วนห้องน้ำ
 
ม่านห้องน้ำสามารถยกขึ้นได้ก็จะเป็นกระจกใส แต่ที่ไม่ชอบ คือ ประตูห้องน้ำมันเป็นแบบใสอ่ะคะ ใครเข้าห้องน้ำที ต้องบอกอีกคนให้นอนอยู่บนเตียงห้ามขยับ มิฉะนั้นอาจเห็นภาพไม่งามได้ :D
จริงๆทุกห้องเข้ามาจะมีเพลงเปิดตลอด เพลงที่เปิดก็จะเข้ากะ theme ของห้องนั้นๆ ห้องเราก็เป็นเพลงแบบ Disco ไปเช่น Mama mia เป็นต้น เคยมีอาการเพลงติดหูมั้ย พอหลังจากเรานอนห้องนี้ วันถัดๆมาเราร้องแต่เพลงพวกนี้ตลอดเวลาเลย

ในห้องมีทีวี เครื่องเล่นดีวีดีซึ่งสามารถไปยืมแผ่นของโรงแรมมาดูได้คะ
 Complimentary ก็เป็นชากาแฟ น้ำเปล่าตามปกติ
ไปเดินสำรวจนอกห้องบ้าง บันไดขึ้นลงจะมีแผ่นเสียงแปะอยู่ตลอดทาง
ชั้น 2 ก็มีบริเวณนั่งเล่น
 
ชั้น 1 ใกล้ๆกะ lobby เป็นห้องอาหาร
หน้าโรงแรม
 
 
อีกจุดหนึ่ง highlight ของโรงแรมที่เราดูจากรีวิวคนอื่นหรือหนังสือท่องเที่ยว คือ สระ Jacuzzi ของโรงแรม มันตั้งอยู่ชั้น 1 ด้านหน้าเลย แต่ดูสภาพแล้ว ไม่น่าจะเล่นน้ำได้นะ น้ำดูไม่สะอาดเท่าที่ควร
สรุป โรงแรมเล็กๆ ห้องแต่งน่ารักเก๋ๆ เหมาะกะคนที่ชอบเสียงเพลง สะอาด ไม่แพง พนักงานอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจช่วยเหลือ อย่าคาดหวังกะ facility ใดๆนอกห้อง เพราะไม่มีอะไรเลย ที่จอดรถ จอดได้หน้าโรงแรมเลยริมถนน พออยู่ในโรงแรมสัญญาณ data ของโทรศัพท์แย่มาก แต่โรงแรมมี free wifi