22/12/56

รีวิว เที่ยวเชียงใหม่ อ่างขาง 5 วัน 4 คืน และ ร้านอาหาร ในเชียงใหม่ (ตอนที่ 1)

เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีเสน่ห์จริงๆ ไปกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ มีความผสมผสานระหว่างเมืองและต่างจังหวัดที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็เยอะ อาหารก็อร่อย สวรรค์ของคอกาแฟอีกต่างหาก

มารอบนี้มีโอกาสได้ไป 5 วัน 4 คืน ก็เลยถือโอกาสเขียนบล็อคบันทึกความทรงจำ คราวก่อนเขียนบล็อคเชียงใหม่ โดยแยกเป็นเฉพาะรีวิวร้านอาหาร มาคราวนี้ขอรวมทั้งที่เที่ยวที่กินไว้ด้วยกันเลยหละกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังวางแผนจัดทริป ในการจัด route

เราไปช่วงกลางเดือนธ.ค. ก่อนไปก็เช็คพยากรณ์อากาศแล้วว่าฝนจะตก 2 วันแรกที่ไป ส่วนอีก 3 วันที่เหลืออุณหภูมิจะลดลงเป็นอย่างมาก รอบนี้เลยได้สัมผัสฝนในฤดูหนาว และอากาศหนาวที่หนาวมากๆจริงๆคะ มีวันนึงที่อยู่บนดอย อุณหภูมิระดับยอดหญ้าถึงกะติดลบเล็กๆ เข้าเรื่องของเรากันดีกว่า

เริ่มต้นวันแรก เราเดินทางโดย NOK Air ใครใช้ AIS มี promotion ลดราคาได้จากราคาปกติ ระยะเวลาเดินทางแค่ประมาณ 1ชม. จากดอนเมืองถึงเชียงใหม่ เราไปรอบ 10.45 ถึงเชียงใหม่ราวๆเที่ยง

สำหรับการเดินทางในเชียงใหม่ รอบนี้เราก็เช่ารถเหมือนเคย โดยเช่ารถของ AVIS    ข้อดีของการเช่ารถที่นี่หนึ่งอย่างคือ เช่ารถ 1 วัน ส่งรถ late ได้ 1 ชม./วัน ดังนั้นเราเช่ารถ 5 วันเราจึงจ่ายเพียงแค่ 4 วัน วางแผนกันตามไฟล์ทที่จะบินกลับ เช่น เรารับรถตอน 12.00 ของ day 1 เราสามารถคืนได้ 16.00 ของ day 5 เป็นต้น

แต่เนื่องจากนัดรับรถไว้ 14.00 ก็เลยเป็นว่าถึงก่อนเวลาไปถึง 2 ชม. จะเอารถก่อนเวลานัดก็ไม่ได้ เนื่องจากรถจองเต็มหมด เราก็เลยฝากกระเป๋าไว้ที่สนามบิน ค่าฝากเค้าก็คิดวันละ 200 บาทต่อตู้ ตู้ฝากกระเป๋าใหญ่พอควรคะ จากนั้นก็นั่งรถสองแถวแดงหน้าสนามบินไปฆ่าเวลาที่ Central Airport Chiangmai คนที่นี่เรียกว่า Robinson ค่ารถไปก็ 20 บาท มาเดิน Central แล้วก็พบว่าเหมือนเดินอยู่ในกทม.ไม่มีผิด ร้านค้าต่างๆก็เหมือนในกทม. ขนาด theme x'mas ที่ตกแต่งยังเหมือนเราเดินเล่นอยู่ในเซ็นทรัลเวิร์ดเลย
พอได้เวลาเราก็กลับไปเอากระเป๋าและรถเพื่อเตรียมตัวเดินทางคะ ก่อนรับรถที่เช่า อย่าลืมดูสภาพร่องรอยให้ดีก่อนว่ามีบุบชนตรงไหนหรือเปล่า จะได้ไม่เป็นปัญหาตอนคืนรถ

จากสนามบิน เนื่องจากหิวมากบ่ายกว่าแล้ว มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารกันเลยดีกว่าคะ ร้านแรกขอนำเสนอ Nakara Jardin (นครา จาร์แด็ง) อันนี้เป็น facebook ของทางร้าน ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ช้างคลาน อยู่ในพื้นที่ติดกับโรงแรมปิงนครา จอดรถตรงที่โรงแรมได้เลยคะแล้วก็เดินเลี้่ยวขวาเข้ามาด้านหลังก็จะถึงร้าน
แว้บแรกที่เห็น คือ ร้านในสวนสวยมาก บรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้เยอะ มีมุมน่ารักๆเยอะ อยู่ติดริมแม่น้ำปิง ช่วงที่ไปอากาศหนาวด้วย ลมเย็นๆพัด น่านั่งชิลจริงๆ แอบมีหลายมุมดูโรแมนติกด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
นอกจากร้านจะสวยแล้ว อาหารก็ยังอร่อยด้วยคะ ทั้งคาวและหวาน ที่สั่งมาอร่อยหมดทุกจานเลย สปาเก็ตตี้เข้มข้นมากเลยซอส Afternoon Tea Set อันที่เป็นเบอร์เกอร์แซลมอนจิ๋วอร่อย สโคนก็อร่อย เราเลือกชา Earl Grey มาทานคู่ด้วย ^^
 
มะนาวโซดา
salmon salad
Afternoon Tea Set
 
 


Earl Grey
ดูบรรยากาศ outdoor ในร้านไปเยอะแล้วไปดู indoor บ้าง เดินเข้ามาก็จะเห็น certificate ของเจ้าของร้านจาก Le Cordon Bleu
 
 
 
มาเชียงใหม่ครั้งหน้า จะต้องมาซ้ำร้านนี้อีกแน่นอน
จากนั้นเราก็ไปเช็คอินเข้าพักโรงแรมกันคะ คืนแรกพักที่ 9w Boutique Hotel ตามรีวิวก่อนหน้า จริงๆแล้วโรงแรมอยู่ใกล้ร้าน Nakara Jardin มาก อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านอาหาร เยื้องไปตามขวามือเล็กน้อย เรียกได้ว่าข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว แหะๆ

หลังจากพักผ่อนตามอัธยาศัยเรียบร้อยเราก็เตรียมตัวจะไปเชียงใหม่ night safari กันคะ แต่ก่อนจะเข้าไปก็แวะทานข้าวก่อนที่ร้านข้าวเม่า ข้าวฟ่างซึ่งเป็นทางผ่านก่อนถึง night safari พอดี

ข้าวเม่า-ข้าวฟ่าง อันนี้ website ของร้าน ร้านอาหารใหญ่พอควรเลย เห็นมีทัวร์มาลงเยอะเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีคนไทยเท่าไร ร้านนี้ตอนแรกเราโทรมาจะจองโต๊ะก่อนเขาไม่รับจองนะ การตกแต่งร้านเก๋ไก๋มาก เสมือนว่าเราทานอาหารอยู่ในป่าเลยสมกะที่บอกว่าเป็น "imaginary jungle"
 
 
เราว่าโซนริมน้ำบรรยากาศดีสุดเลย
 
ร้านโซน indoor ห้องแอร์
 ภายในร้านดอกไม้เยอะมาก สวยด้วย สังเกตได้ว่าเค้าดูแลเป็นอย่างดี เนื่องจากตอนที่ไปมีฝนตกลงมา เห็นเค้าเอาร่มมากางปกป้องดอกไม้ด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมดอกไม้ถึงอยู่ในสภาพที่ดีมาก สวยซะจนคิดว่าเป็นของปลอม (ดีนะ เค้าติดป้ายให้รู้ว่าเป็นดอกไม้จริง)
 
 
มาดูอาหารกันบ้าง ร้านสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอร่อยด้วย เท่าที่ลองสั่งมา เราว่าร้านนี้อาหารโดยรวมใช้ได้เลย ที่เราชอบเป็นพิเศษ คือ เห็ดหอมย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
ออเดริ์ฟพื้นเมือง
ข้าวโพดชาววัง
ปลาเขื่อนทอดสมุนไพร

ต้มแซ่บเอ็นหมู
เห็ดหอมย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น
ของหวานเห็นตู้เค้กวางอยู่หน้าร้าน เค้กหน้าตาดี แต่ไม่ค่อยผ่านอ่ะ
เค้กส้ม

ค่าเสียหายมื้อนี้
 
ก่อนกลับ อย่าลืมแวะเข้าห้องน้ำคะ ขนาดห้องน้ำยังสวย
จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี อันนี้ website คะ บริเวณทางเข้าดู grand มาก
ค่าเข้าอัตราผู้ใหญ่ เด็ก ฝรั่ง
หลังจากซื้อตั๋วเรียบร้อยเราก็เดินเข้าไปชมด้านในกันคะ วางแผนการชมจากตารางโชว์ต่างๆ
ก่อนที่น้ำพุดนตรีและสื่อผสมบนม่านน้ำรอบแรกจะโชว์ตอน 20.00 มี dance show มาให้ดูก่อน บริเวณลานใกล้ๆกะทะเลสาป
พอ 20.00 ก็ถึงเวลาที่เรารอคอย คือ โชว์น้ำพุดนตรีและสื่อผสมบนม่านน้ำ ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 นาที สวยงามดีคะ ชอบ (แต่ถ่ายรูปออกมาไม่สวยเลย เป็นความอ่อนด้อยของข้าพเจ้าเอง)
 
จากนั้นเราก็ไปนั่งรถชมไนท์ซาฟารีกัน โดยเราจะเข้าไปชม Savanna zone ก่อน จากนั้นก็ลงเปลี่ยนรถไปยัง Predator zone ต่อ รู้สึกว่านั่งฝั่งซ้ายของรถน่าจะได้เห็นสัตว์ชัดกว่า
 
 
 
 
ความรู้สึกหลังนั่งรถเที่ยวในไนท์ซาฟารี สำหรับเรามันตื่นเต้นแค่ตอนโซนแรกหละ พอโซนหลังเริ่มง่วงแล้ว รู้สึกว่ามันเหมือนๆกัน แต่ที่น่าประทับใจ คือ พนักงานที่คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆระหว่างทางที่พาเข้าชม มันก็เลยไม่ทำให้การนั่งรถไม่น่าเบื่อและได้ความรู้ด้วย เขาจะแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่องเล่าให้ฟังตลอด ในบางโซน สำหรับสัตว์บางประเภท(ที่ไม่อันตรายมั้ง)จะเข้ามาใกล้รถได้มากๆ ก็ตื่นเต้นดี

---------------------------------------จบวันที่ 1---------------------------------------
วันที่ 2 เรา check out ออกจากโรงแรมเช้าหน่อย เพื่อจะไปขึ้นดอยอินทนนท์กันคะ ขับไปชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงดอยอินทนนท์ ตอนแรกก็งงๆว่าเค้าไปเทียวตรงไหนกัน จริงๆไม่ได้วางแผนจะไปขึ้นดอยอินทนนท์ เลยไม่ได้เตรียมข้อมูลซะตั้งแต่ก่อนไป

ไปถึงจุดแรก คือ ดอยชัวร์ญ่า จุดชมวิว อากาศกำลังดีเลย จากตรงนี้ชอบที่มองไปแล้วเห็นน้ำตกหละ
 
ตรงนี้เป็นที่พัก ให้คนมาเช่าเต๊นท์กางนอน
 
จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
เก็บค่าเข้าคนละ 20 บาทคะ
ไฮไลท์ของที่นี่ ก็คงจะเป็นบรรดาดอกไม้ที่บานรับหน้าหนาว
ตรงสระน้ำมีเจ้าหงส์ดำคู่นี้ที่พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์มอบไว้ให้กับทางโครงการหลวง
เราพบกับหงส์ดำไปแล้ว หงส์ขาวก็มีนะ เห็นตอนมันว่ายน้ำ ว่ายเร็วใช้ได้เลย
นกเป็ดน้ำก็มีด้วย
ระหว่างที่เราชมธรรมชาติไป ปรากฏว่าฝนตกคะ ตกหนักด้วย เลยต้องมานั่งหลบในร้านกาแฟดอยคำที่อยู่ภายในสถานีเกษตร เราลองทานชานมร้อน อร่อยเรยหละ (รู้สึกเหมือนจะใช้ชาตรามือ รสชาติประมาณนั้น)

พอฝนพอจะหายซา เราก็จะไปต่อกันที่ พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ปรากฎว่าระหว่างทางหมอกลงจัดมากๆ แทบไม่เห็นทางข้างหน้าเลย ต้องขับเกาะเส้นเหลืองกลางถนนไป เปิดไฟฉุกเฉินกันตลอดทาง ..นอกจากทางจะโค้งแล้ว เราว่าหมอกเนี่ยแหละอุปสรรคใหญ่ของการขับรถขึ้นลงเขาเลย ที่เห็นในภาพตอนที่หมอกยังลงไม่มาก ตอนที่ลงมากแล้วไม่กล้าถ่ายรูป นั่งตัวเกร็งอยู่
พอไปถึงก็จอดรถด้านหน้า เค้าจะมีรถสองแถวรับส่งฟรีเข้าไปยังพระธาตุคะ โชคไม่ค่อยดี ตอนไปถึงฝนยังตกอยู่เลย หมอกหนามาก มองอะไรแทบไม่เห็น แม้แต่ยอดพระธาตุก็ยังไม่เห็นคะ เลยได้แต่ไหว้พระด้านล่างเท่านั้น
 
 
พอมานั่งในรถ รอให้ฟ้าฝนเป็นใจค่อยขับรถลงมากันคะ ขับขี่ปลอดภัยสำคัญที่สุดสำหรับการมาเที่ยวแบบนี้ ...พอลงมาไม่มีหมอก ฟ้าใส กลายเป็นคนละเรื่องกับเมื่อกี๊เลย ธรรมชาตินี่แปลกดี 

ลงมาถึงอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีน้องๆชาวเขามาขายดอกไม้ หน้าตาน่ารักเชียว...เวลาเค้ามาขายของจะพูดเป็น pattern มากว่าให้พี่ๆช่วยกระจายรายได้ให้เขา

 จากนั้นเราก็มุ่งตรงกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อไป check in โรงแรมในคืนที่ 2 ซึ่งเราพักที่ The Artel Nimman อยู่นิมมานซอย 13 อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ตาม link จ้า

 พอเช็คอินเรียบร้อย ด้วยความที่หิวมาก ก็เลยไปหาอะไรทานกันที่่ Salad Concept ร้านอยู่ซอยเดียวกันกับโรงแรมเลย โรงแรมอยู่ท้ายซอย ร้านสลัดอยู่ปากซอย จริงๆเคยรีวิวร้านนี้ไปแล้วตอนที่มาคราวที่แล้ว ร้านนี้อร่อยจริงเลยต้องมาซ้ำ ยังคงอร่อยเหมือนเคย ผักสด หวาน ทำอาหารเร็วดี จานที่เราชอบยังคงเป็นสลัดเนื้อย่าง คราวนี้ลองสั่ง สลัดพื้นเมืองอร่อยใช้ได้เลย น้ำสลัดเผ็ดๆเล็กน้อยเข้ากันกับพวกไส้อั่ว ...ก่อนสั่ง อย่าลืมว่าที่นี่อาหารจานใหญ่มากนะคะ อย่าโมโหหิวจนสั่งซะเยอะเกิ้นแบบเรา
ซุปฟักทอง

สลัดพื้นเมือง
สลัดเนื้อย่าง
ไส้กรอกย่าง
แซลมอนย่าง
อโวคาโด ลาวา
ค่าเสียหาย
ตอนเย็นพอดีเราติดธุระ แต่เพื่อนๆเราไปเดินเล่นกันที่ถนนคนเดินตลาดท่าแพ ซึ่งจะจัดทุกวันอาทิตย์ แต่ถ้าใครอยากไปเดินวันเสาร์ก็ต้องไปที่ถนนวัวลายแทน

กลับมาเก็บตกแถวนิมมานตอนกลางคืน ชอบร้านตรง kantary terrace เชียงใหม่ แต่งสวยดี ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงใกล้คริสต์มาส ประดับไฟสวยเชียว
 
ปิดท้ายด้วยไส้กรอกคุณยายนิมมานฯเชียงใหม่ ขายดีมากขนาดต้องต่อคิว ทั้งๆที่เป็นไส้กรอกข้างถนน แต่เรากินแล้วเราก็ว่าเฉยๆอ่ะ
 ---------------------------------------จบวันที่ 2---------------------------------------
ขอจบตอนแรกที่เชียงใหม่ก่อนคะ กลัวว่ามันจะยาวเกินไป เดี๋ยวตอนหน้าจะพาไปเที่ยวอ่างขางกัน :)