29/12/56

รีวิว เที่ยวเชียงใหม่ อ่างขาง 5 วัน 4 คืน และ ร้านอาหาร ในเชียงใหม่ (ตอนที่ 2)

มาต่อกันที่ตอนที่ 2 คะซึ่งเป็นตอนจบของทริปรีวิวเชียงใหม่และอ่างขาง หลังจากที่ตอนแรกนั้นเราไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกันมาแล้ว เราจะพาไปต่อที่อ่างขางกัน

หลังจากที่เรา check out จาก Artel Nimman แล้ว กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง คราวก่อนที่มาเชียงใหม่แล้วพักที่โรมแรมปิงนคร ใน line อาหารเช้าเค้ามีหมูปิ้งคุณพ่อ ซึ่งเราและเพื่อนๆติดใจมาก มาเชียงใหม่รอบนี้เลยต้องมาตามหาถึงร้าน

หมูปิ้งคุณพ่อ เห็นเป็นร้านริมถนนอย่างนี้ เค้ามี facebook ร้านด้วยนะคะ ร้านอยู่ที่หน้า Kantary Terrace นิมมานฯ ปากซอย 12 
ชื่อหมูปิ้งคุณพ่อ แต่คนขายเป็นผู้หญิง เค้าไม่ได้ปิ้งจากตรงนี้ เหมือนว่าจะไปปิ้งจากตรงไหนซักที่หนึ่งแล้วส่งมาขายตรงนี้ แอบได้ยินตอนที่ระหว่างรอต่อคิว เห็นเค้าโทรสั่งให้มาส่งของเพิ่ม Packaging  ของทางร้านก็น่ารัก พยายามใช้ใบตองแม้จะใช้ถุงพลาสติก มันก็ดูได้ feel ดีคะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ รสชาติ อร่อย 
 
มาเชียงใหม่ ก็ต้องไม่พลาดร้านกาแฟ คราวนี้เรามาลองกันที่ร้าน Doppio Ristr8to อันนี้เป็น website ของร้าน และก็ Facebook ร้านนี้เค้าดัง Latte art Barista ได้รางวัล Latte art ระดับโลก
ในชื่อร้านมีเลข 8 เวลาเปิดปิดของร้าน 7.08-18.08 ราคาอาหารก็ลงท้ายด้วยเลข 8 ...มาดูเมนูกัน ใครทานกาแฟร้อนก็เลือกประเภทกาแฟกันก่อน ก่อนเลือกเมล็ดกาแฟคะ

เราลองเป็น Cappucino - Brazil ขอบอกว่าถูกใจมาก ไม่ผิดหวังกะกาแฟที่นี่
ส่วนใครทานเย็น ก็เลือกเมนูได้จากบอร์ดของทางร้าน
ลองสั่ง Waffle tower มาลอง ตัว waffle แปลกดี เป็นแบบกรอบ อร่อยใช้ได้ ขนมหวานๆทานคู่กะกาแฟขมๆ
ร้านนี้นอกจากจะเด่นเรื่องกาแฟแล้ว พ่อค้ายังแซ่บด้วยคะ (ใครชอบหนุ่ม look bad boy น่าจะชอบ)
จากนั้นเราก็ออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังอ่างขาง ทางไปเชียงใหม่-อ่างขางไปได้หลายเส้นทาง แต่เราเลือกไปทางที่ชันน้อยกว่า คือ ไปทางเส้นบ้านอรุโณทัย ตลอดเส้นทางถนนค่อนข้างดี จะไปโค้งมากและชันมากหน่อยตอนขึ้นเขาที่ใกล้ๆจะถึงอ่างขางแล้ว ตรงนั้นโหดพอควร

ระหว่างทางมีจุดชมวิวสวยๆ

ประมาณ 3 ชม.กว่าๆจากเชียงใหม่ก็ถึงดอยอ่างขาง เราก็เข้าพักกันที่ อ่างขาง เนเจอร์ รีสอร์ท   หลังจาก check in เรียบร้อย เราก็ไปที่ตลาดยูนนานกันคะ จริงๆจะเดินจากรีสอร์ทไปก็ได้ห่างออกไปแค่ 200 เมตรเอง ตลาดนี้พวกชาวบ้านก็จะมาขายของ ส่วนใหญ่ก็เป็นผัก ผลไม้ พวกบ๊วย ถั่วต่างๆที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ แล้วก็พวกเสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาว ใครเตรียมมาไม่พอมาหาซื้อที่นี่เพิ่มเติมก็ได้
 
 
เราฝากท้องทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นไว้ที่ร้าน ถิง ถิง โภชนา facebook ของร้านคะ ร้านตั้งอยู่ในบริเวณตลาดยูนนาน เดินมาด้านหลัง ร้านนี้ดูจะเป็นร้านอาหารเดียวในนี้ที่ขึ้นชื่อและคนแน่นตลอด
 
 
เมนูที่เราชอบของร้าน คือ ขาหมูหมั่นโถว ผัดหมี่ยูนนาน ถั่วผัดเห็ด อร่อยมากๆ อย่างอื่นพอใช้คะ ที่นี่อาหาร พ่อครัวทำเร็วมากรอไม่นาน อาหารราคาไม่แพง เสียดายมาก อยากลองสุกี้ยูนนาน แต่เค้าทำเฉพาะสำหรับ 10 คน แล้วถ้าอยากทานก็ต้องสั่ง 2 ชม.ล่วงหน้า
ไข่ม้วนยูนนาน
ถั่วผัดเห็ด

ขาหมูหมั่นโถว
ไก่ฮ้อ (เหมือนไก่ผัดขิง)
ผัดหมี่ยูนนาน
ไส้อั่วยูนนาน (เหมือนกุนเชียง)
ไข่เจียวหมูสับ
แกงจืดเต้าหู้สาหร่าย
ยำรวมมิตร
ชาอู่หลง
ตอนเย็นๆ เราไปที่ฐานปฏิบัติการอ่างขาง ขับรถย้อนกลับไปตามทางที่มาประมาณ 6 กม.จากที่พัก เพื่อไปดูจุดชมวิวคะ ตรงนี้เหมือนเป็นฐานของพี่ๆทหาร แต่เค้าก็เปิดให้เรามาเที่ยวได้ ตอนเช้าเห็นพระอาทิตย์ขึ้นด้วย
 
 
 
จากจุดตรงนี้เห็นทางที่เราขับรถกันขึ้นมา โหดใช้ได้เลย
อุณหภูมิต่ำสุดวันนี้ 2 องศา
เจอน้องหมาหนาวอยู่
 
เดินไปทางด้านขวามืออีกนิดก็จะเจออีกหนึ่งจุดชมวิว ซึ่งตรงนี้เป็นเต๊นท์ของพวกพี่ๆทหาร
 
ตกค่ำ แถวนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำ ขับรถไปกลางคืนก็ดูลำบากจะไปไหนน่าจะกลับมาถึงที่พักก่อนค่ำนะคะ เราเลยแค่ไหนเดินเล่นในตลาดยูนนาน แล้วก็ติดต่อรถสองแถวที่เค้ารับจ้างพาเที่ยวสำหรับวันพรุ่งนี้ เราไปกัน 4 คน บอกให้เค้าพาไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไปไร่สตรอเบอรี่ ไปบ้านนอแล เค้าคิด 800 บาท มัดจำครึ่งนึงก่อน แล้วก็นัดให้เค้ามารับที่ที่พักตอน 6 โมงเช้าวันพรุ่งนี้

อากาศหนาวๆอย่างนี้ นมร้อนผสมน้ำผึ้งนี่ช่วยได้มากๆ มานอนเร็วเก็บแรงตื่นเช้าไว้ไปลุยอ่างขางพรุ่งนี้กันคะ
---------------------------------------จบวันที่ 3---------------------------------------
เข้าวันที่ 4 คะ ตามที่เรานัดให้รถมารับไปทัวร์ตอน 6 โมงเช้า เราก็ซักแห้งเตรียมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน คนขับรถพาเที่ยวที่นี่นี่เค้ามีเบอร์ มีทะเบียนอนุญาตเหมือนวินมอเตอร์ไซค์เลยหละ ระบบบริหารคล้ายๆกัน

จุดแรกที่เค้ามาเราไป คือ จุดชมวิวบ้านขอบด้ง ดอยอ่างขาง ตรงบริเวณนี้มีร้านขายของคึกคักเลย
 
มีให้ตักบาตรตอนเช้า
หนาวๆ คนที่นี่เค้าก็ก่อไฟ แบ่งปันความอบอุ่นกัน
จุดที่จะชมพระอาทิตย์ขึ้น จะต้องเดินเข้าไปในป่าซัก 500 เมตร ทางแคบมาก ไปถึงจะเห็นเป็นชะง่อนหินชมวิว เสียดายมาก วันที่เราไปหมอกปกคลุมพื้นที่ เค้าบอกพระอาทิตย์จะขึ้นตอน 6.45น. เรารอจน 6.55น. จากฟ้ามืดเป็นฟ้าสว่าง แสดงว่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แต่หมอกยังปกคลุมพื้นที่หนาแน่น จากที่คิดว่าจะเจอทะเลหมอก ก็เจอจริงๆ เพียงแต่ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก T_T เสียใจขนาดที่ว่าไม่ได้ถ่ายรูปตรงนี้ไว้เลย เศร้า

เมื่อคิดว่าไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตรงนี้แล้วแน่แท้ เราก็ไปยังจุดมุ่งหมายต่อไปของเรา คือ ไร่สตรอเบอรี่
มาที่นี่ไม่ผิดหวังจริงๆ ไร่สตรอเบอรี่ปลูกเป็นขั้นๆ วิวด้านหลังเป็นทิวเขา สวยงามมากๆ มองเพลินเลยทีเดียว
 
 
 
เจอพี่เค้ากำลังเก็บสตรอเบอรี่อยู่พอดี
 
ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่ ก็คือ ตามหาลูกสตรอเบอรี่ที่มันยังแดงๆอยู่ที่ต้น นั่นเอง ^^
 
 จากนั้น เราก็ไปต่อกันที่ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการทหาร และเป็นจุดชายแดนไทย-พม่า
จากจุดชมวิวตรงนี้เราจะเห็นดอยผ้าห่มปกอยู่ไกลๆ
 สังเกตใกล้ๆจะมีรั้วลวดหนามกั้น จริงๆตรงนี้ทหารก็เยอะอยู่ มีพวกบังเกอร์ด้วยแต่ไม่ได้ถ่ายมา
จุดชี้ว่าเป็นสิ้นสุดเขตแดนไทย-พม่า
วันที่เราไปค่อนข้างหนาวทีเดียว ขนาดพี่ทหารเข้ามาคุยด้วยบอกว่ามาเที่ยวทำไม หนาวจะตาย 555
ด้านหน้าของฐานปฏิบัติการ มีพวกชาวบ้านนำของมาขาย
จากนั้นเราก็สักการะ พระธาตุดอยอ่างขาง ทางลงสบาย แต่ตอนขึ้นก็เดินเหนื่อยอยู่คะ
 
 
เราใช้เวลาทัวร์เช้านี้ประมาณ 2 ชม. 6.00-8.00 กว่าๆ คนขับรถก็ส่งเราเข้าที่พัก ทานอาหารเช้าของโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนที่เราจะ check out จากอ่างขาง เนเจอร์ รีสอร์ทประมาณเที่ยง และก็ไปเช็คอิน อ่างขาง วิลล่า อ่านรีวิวที่พักได้ตาม link คะ

เนื่องจากเรามาพักที่อ่างขางถึง 2 วัน ทำให้เวลาค่อนข้างเหลือมาก ถ้าใครจะมาคืนเดียวก็ได้นะ ตารางอาจจะแน่นหน่อย แต่สำหรับเราเห็นว่าขับรถมาไกล ทางลำบาก ก็เลยถือโอกาสใช้เวลาพักผ่อน ดำเนินชีวิตแบบ slow life หลังจากวุ่นวายในเมืองหลวงซักครู่

ช่วงบ่ายหลังจาก check in ห้องพักเรียบร้อย เราก็ไปยัง สถานีเกษตรหลวง ดอยอ่างขาง อันนี้เป็น website ของทางสถานีเกษตรคะ ในนี้แนะนำให้ขับรถเข้าไปเที่ยว เนื่องจากกว้างมาก เดินไม่น่าไหว เค้าคิดค่ารถเข้า(พร้อมคนที่นั่ง)คันละ 200 บาทต่อวัน รู้สึกว่าถ้าคนอย่างเดียวไม่เอารถเข้าคิดคนละ 50 บาท
 
พันธุ์ไม้ต่างๆงดงามจริงๆ หลายดอกไม่เคยเห็นมาก่อน 
 
 
 
 
ตรงบริเวณสวน 80 พรรษานี้ ดอกไม้ก็ถ่ายรูปสวยดี
เรือนไม้ indoor ก็มี

อย่าลืมมาถ่ายกะป้ายนี้หละ เดี๋ยวจะมาไม่ถึงอ่างขาง :D

มื้อกลางวัน จริงๆมื้อบ่ายมากกว่า เรามาทานในสโมสรอ่างขาง  ซึ่งอยู่ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนี่แหละ เรามาบ่ายสองแก่ๆแล้ว ทางร้านบอกว่าครัวจะปิดแล้ว โชคดีมากที่มาก่อนครัวปิดไม่ง้านอดทานแน่ๆ บรรยากาศในร้านก็น่านั่ง
 
 
 
 
  ที่นี่อาหารอร่อยทุกอย่างเลย โดยเฉพาะแกงฮังเล อร่อยมากๆ ตอนเย็นเค้าก็เปิดนะคะ แต่เป็นบุฟเฟต์หัวละ 300 บาท ราคาเท่ากับในอ่างขางเนเจอร์ รีสอร์ทเลย
ปลาเทร้าทอด
จำชื่อไม่ได้ แต่เหมือนลาบหมูทอด
ผัดซายอเต้
ยำสตรอเบอรี่
แกงฮังเล
พีชลอยแก้ว
ด้านนอกร้านจะเป็นร้านกาแฟดอยคำ ขอบอกว่าข้ามไปเลยคะ ไม่อร่อยเลย...อ่อ ใครจะซื้อของฝาก ซื้อโปสการ์ดก็ซื้อตรงนี้ได้นะคะ มีโต๊ะให้นั่งเขียนส่งได้เลย

 
เนื่องจากเดินทั่วสถานีเกษตรแล้ว วนรถเล่นซักสองรอบ เวลาก็เหลือเกิน เลย google หาที่ดูพระอาทิตย์ตกดิน พบว่าจุดที่ขับรถไปเองได้ใกล้สุด ก็คือ จุดชมวิวขอบด้ง ที่เราไปตอนเช้าแต่เราพลาดการเห็นพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง

พระอาทิตย์ตกราวๆ 17.45น. เราเลยเดินย้อนกลับไปดูที่ทางเราเดินไปเมื่อเช้า แล้วก็อึ้งว่าตอนเช้าหมอกมันปกคลุมซะมิด จนเราไม่เห็นสิ่งเบื้องหน้าเช่นนี้เลยหรือ
 
ใกล้ได้เวลาพระอาทิตย์ตกเราก็เดินกลับมา ณ จุดชมพระอาทิตย์ตรง ตลกมาก ที่จุดที่ชมพระอาทิตย์ตกมันอยู่ระหว่างร้านขายของ (ย้อนกลับไปดูรูปต้นๆ ร้านสีแดงๆเหล่านั้นแหละ) มุมช่องเขามันอยู่ตรงร้านพอดี ถ่ายรูปยากพอควร เนื่องจากตรงร้านขายของมันมีขยะเยอะอ่ะ วิวรอบข้างเลยไม่สวย
เราเลยลองเดินขยับไปนิดตรงที่จอดรถ ภาพที่ได้ดีขึ้นหน่อย
 
ตกเย็น ด้วยความที่อิ่มมาก กินจัดหนักทุกวัน มื้อนี้เลยเดินในตลาดได้ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้
 
 แล้วก็ลองทานข้าวซอยยูนนานและข้าวต้มที่ร้านนาหา ก็พอใช้ได้คะ ให้เยอะมาก ราคาไม่แพง รสชาติโอเค
---------------------------------------จบวันที่ 4---------------------------------------
 ก่อนจะกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ เราตั้งใจจะไปซื้อสตรอเบอรี่ที่สถานีเกษตรหลวงฯ เมื่อวานตอนที่ไปเดินถามเค้าเค้าบอกมาส่ง 10 โมง พอวันนี้จะไปซื้อ ถามเค้า เค้าบอกมาส่งกี่โมงไม่รู้ ไม่แน่ บางทีก็มาบ่าย หรือจะมาส่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ สรุปว่าอดไปตามระเบียบ


แถมที่พลาดอีกหนึ่งอย่าง คือ เช้าวันนี้อากาศหนาวมาก จนเกิดแม่คะนิ้ง ตอนที่เราไปกลายเป็นแม่คะน้าแทน 555 คือ มันละลายเป็นหยดน้ำซะแล้วอ่ะ
 

อยู่บนอ่างขาง ร่างกายขาดแคลนกาแฟสดดีๆมาก ระหว่างทางที่เรากลับเจอร้านกาแฟสดดี โดยบังเอิญ จริงๆเค้าเขียนป้ายว่าไร่สตรอเบอรี่เลยเลี้ยวเข้าไปกะซื้อสตรอเบอรี่ ปรากฏว่าเค้าบอกว่ามีช่วงมกราคมแทนคะ ก็เลยลองกาแฟแทน ....แนะนำเลยร้านบ้านสวน 108 ณ เชียงดาว บรรยากาศดี กาแฟอร่อย แต่คนทำทำค่อนข้างช้าทีเดียว ค่อยๆบรรจงทำทีละแก้ว
 
 
 
 
 
 
ราวๆ 3 ชม.ก็กลับถึงตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนกลับก็มาทานร้านต๋อง เต็ม โต๊ะ  นิมมานซอย 13 ซอยเดียวกะโรงแรม The artel nimman ที่เราพักนั้นแหละ ร้านนี้เคยมาทานตอนที่มาเชียงใหม่คร้้งที่แล้ว มาครั้งนี้ก็ไม่ผิดหวังเหมือนเคย ...เผื่อโต๊ะเต็ม บางช่วงเค้าก็รับจองโต๊ะ โทรมาก่อนก็ได้
อร่อยทุกจาน ที่ชอบเป็นพิเศษก็ออเดิร์ฟเมือง ไข่เจียวลาบเมือง
ผัดผักหวานใส่ไข่
หมูสามชั้นทอด

ออเดิร์ฟเมือง
ปลานิลทอดสมุนไพร
ไข่เจียวลาบเมือง
จบจากนี้ก่อนจะกลับก็เป็นภารกิจซื้อของฝากคะ ขอแนะนำร้านต้องตา&ตะวัน เบเกอรี่ ร้านนี้อยู่แถวเชียงใหม่แลนด์ ถนนมหิดล จะหายากเล็กน้อยเนื่องจากอยู่เป็นตึกแถวห้องแรก และไม่มีป้ายบอกตรงถนน แต่ถ้าเห็น McDonald's เลยมาก็ใช่เลยคะ

งงช่ายมั้ยทำไมจะต้องมาซื้อเบเกอรี่จากเชียงใหม่เป็นของฝาก ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ฮ่าๆ แต่พอเข้าร้านไปเห็นป้ายประกาศ le cordon bleu เพียบ เสียงลือเสียงเล่าต่างบอกว่าบราวนี่เทพมาก พอลองซื้อชิ้นเล็กเพื่อชิมก่อน อืมมม เข้าใจแล้วทำไมถึงต้องขนบราวนี่กลับไปเป็นของฝากที่กทม.
 จริงๆที่ร้านเค้ามีเค้กหลายประเภทเลยนะ คุ้กกี้ก็มี ขนมปังก็ด้วย แต่ส่วนใหญ่ที่เราซื้อกลับมาจะเป็นพวกเค้กแช่แข็ง มันห่อฟอยด์ไว้ เก็บได้นานหลายเดือนเลย เท่าที่ลองชิมปรากฎว่าบราวนี่เทพสุด และสังเกตว่าอะไรที่เป็นเค้กช็อคโกแลตจะค่อนข้างอร่อยเป็นพิเศษ
 
จากนั้นเราก็ไปซื้อของฝากที่ตลาดต้นพยอม ซื้อไส้อั่วสมุนไพรร้านเจ้เล็ก เอาแบบเผ็ดน้อยก็พอ เผ็ดมากเผ็ดเกินไป แล้วก็แคบหมูร้านอัมพร น้ำพริกหนุ่มดำรงค์ แล้วก็ตามหาสตรอเบอรี่พันธ์ 80 จนเจอ มันจะลูกเล็กแต่ว่าหวาน
 จบแล้วคะ สำหรับทริป เที่ยวเชียงใหม่ อ่างขาง 5 วัน 4 คืน เจอกันใหม่โอกาสหน้า :)