25/5/56

เตรียมการบ้านกะ NN : 25 พ.ค. 56 Sell in May comes late?



ตลาดกลับมาเหวี่ยงสุดๆอีกแล้ว จากบล็อคก่อนหน้า ยังลุ้นให้ 1624 เอาอยู่ และให้แนวรับแรกไว้แถวๆ 1600 ก่อน ปรากฏว่าวันเดียวฝ่าทุกด่าน ลงไปต่ำสุดที่ 1582.76 ก่อนเด้งมาปิดวันและปิดวีคที่ 1607.46

ระยะ day สังเกตได้ว่า MACD ตัดลงและลงไปในแนว < 0 และ ATR หลังจากค่อยๆลดลงมาต่อเนื่องก็ spike up กลับมาอีกครั้งนึง 
ทีนี้กลับมาว่า จะไปทางไหนต่อ? นึกถึงช่วงเดือนเม.ย. ตอนที่ตลาดลงหนักๆแล้วเริ่มเขียนบล็อคเกี่ยวกับตลาดเลย ลงแบบงงๆ ขออย่างเหวี่ยงโหดอย่างนั้นเลย T_T 

สาเหตุที่ตลาดเซ ขนาดนี้ ลองประมวลดูคร่าวๆว่ามาจากอะไรบ้าง
  • FED จะเลิก QE? หลังจากออก QE 1 2 มาเป็น series จนกระทั่ง QE3 มาเป็นแบบ open ended โดย target ว่าจะทำจนกว่าตัวเลข unemployment rate < 6.5% หรือ inflation > 2.5%  ซึ่งทุกวันนี้ FED ก็อัดฉีดเงินเข้ามาเดือนละ 85 billion$ โดยผ่านทางการซื้อพันธบัตรเดือนละ 45 billion$ และ MBS 40 billion$ ทีนี้ Bernanke ก็ออกมาพูดในทำนองที่ว่าอาจจะลด size ในการทำ QE ลง ทีนี้ตลาดก็ตกใจซิเพราะทุกวันนี้ที่ rally กันทั่วโลกก็เพราะ surplus liquidity ...อย่างที่เคยบอกว่ามันก็เป็น dilemma เหมือนกัน เวลาตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี มันแสดงถึงความอ่อนแอของสภาพเศรษฐกิจ แต่ทุกวันนี้ธนาคารกลางๆก็ช่วยเป็นอย่างมากโดยการ กระตุ้นผ่าน monetary policy ต่างๆ เวลาตัวเลขออกมาไม่ดีคนก็หวังให้มีการอัดฉีดเงินเข้าระบบมากขึ้น แต่พอกลับกัน ตัวเลขเริ่มออกมาดี เห็นสัญญาณการฟื้น คนก็กลัวการ tightening @_@ โดยส่วนตัว มองว่าการเลิก QE คงไม่ได้ทำได้เร็วปัจจุบันทันด่วน อาจจะมีการลดปริมาณลงบ้างในอนาคต แต่ FED คงยังไม่รีบ unwind position มันน่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า คงต้องเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดจริงๆถึงจะเริ่มทำ 
  
  • Japanese bond yield spike  จาก comment ของ Bernanke ลามมาถึงญี่ปุ่น 10Y Japanese bond กลับมาแตะ 1% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที แล้วก็ลากพาให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นลงวันเดียวถึง 7% ไม่รู้ว่าเป็นแรงขายหุ้นเข้า bond เพราะต้องการหา safe haven หรือว่าเป็นแรง take profits after long rally ของตลาดกันแน่สำหรับตลาดหุ้น แต่ที่แน่ๆการที่ตลาดบอนด์เหวี่ยงขนาดนี้ไม่เป็นที่ปรารถนาของ BOJ จึงออกมา stabilize market จุดนี้น่าจะช่วยคลายความกังวลให้กับตลาดได้บ้าง(มั้ง) อันนี้เป็น comment ของ Krugman ลองอ่านกันดูคะ
 
ส่วน SET นั้น บอกตรงๆว่าดูไม่ออก 555 วันพฤก่อนหยุดตลาดลงไปลึกแต่ก็เด้งกลับมาได้ไกลเหมือนกัน...เพียงแค่ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าตลาดลงหนักๆ แท่งแรก น่าจะรอดูสถานการณ์ก่อน อย่าเพิ่งรีบไปรับมีด indicator ชัดแล้วค่อยกลับไปเล่นยังไม่สาย อย่าลืมว่า cash ก็ถือเป็นอีก asset class นึงนะ

มาดูแนวรับกันบ้าง
  • ถ้าดูตาม EMA หาแนวรับถัดไปน่าจะได้แถวๆ 1570 1543 ตามลำดับ
  • Bollinger band รับอยู่แถวๆ 1575 1552 ตามลำดับ
 
  • ลองให้แนวต้านที่เคยเบรกไปเป็นแนวรับใหญ่ ก็อยู่แถวๆ 1600 1570 
รวมๆ แถวๆ 1570 น่าจะเป็นแนวรับที่พอจะปลอดภัย แต่ถ้า SET กลับตัวไปต่อเลย ยิ่งกลับไปยืนเหนือ 1620 (หรือ M13 > 1080) ได้ น่าจะเปลี่ยนภาพได้ แล้วก็ลุ้นกลับไป 1650 อีกที...รอดูตลาด action ว่าจะเลือกไปในทิศทางใด เราก็วางแผนไปตามความน่าจะเป็น
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ สถานะของ Foreign ที่ลดการสะสม long index future อย่างไว
ลองมาสังเกตดู ก่อนหน้าที่ spread ของ future เป็น premium มากๆ SET ก็ rally แต่ตอนนี้ spread ลดลงมาจนเทรดใกล้เคียงกะ set50 หรือ discount ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ foreign net short ช่วงนี้พอดี ตรงนี้มันบอกอะไรเรารึป่าว 
ค่าเงินบาทมีไปแตะ 30 กันเลยทีเดียว ต้องดูว่าจะอ่อนต่อไปอีกแค่ไหน
Dollar index ถ้าแนวนี้ไปน่ากลัวจริงๆ เงิน $ จะไม่เป็นแบงค์กงเต๊กแล้ว :D
มาดูตลาดสำคัญของโลกกันบ้าง
  • DJIA ยังดูแข็งใช้ได้อยู่เลย ไม่หลุด 15257 15131 ยังโอเค
 
  • DAX น่ากลัวเล็กๆ แต่ยังไม่หลุด 8236 ยังพอไหว
  • เพื่อนบ้าน TIPs เราดูดีอยู่ ไทยนี่แหละ อ่อนกว่าเพื่อน
 
สัปดาห์หน้า ปิดเดือนพอดี มาลุ้นกันว่า Sell in may จะมาช้า หรือว่า SET จะทำแท่งเขียวได้ติดต่อกันเป็นแท่งที่ 12 หรือไม่ :) 
Before worrying about profiting from volatility, however, you need to make sure you've protected yourself from it....Don't forget that volatility is your friend :)