1/1/56

Movie 2012 (in my view)

ผ่านไปอีก 1 ปีแล้ว ขออนุญาต Happy New Year นะคะ...ปี 2012 ทำสถิติได้ดีกว่าปีที่แล้วดูหนังไปทั้งหมด 56 เรื่องจากปีก่อนดูไป 50 เรื่อง (ย้อนดูรีวิวปีที่แล้วได้ที่นี่คะ)

เรื่องที่ไปดูมามีดังนี้ แถมรีวิวเล็กๆของแต่ละเรื่องเพิ่มให้ด้วย จำได้ว่าปีที่แล้วเขียนแล้วมีคนบอกว่าน่าจะรีวิวเล็กๆ ปีนี้เลยจัดให้ :P *** ข้างหลังเป็น Rating เต็ม 5 ดาวนะคะ 
  1. The girl with the dragon tattoo - ปกติเป็นคนไม่ชอบดูหนังแนวนี้เท่าไร แต่เรื่องนี้ไปดูแล้วชอบมาก สนุกตลอดทั้งเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่น่าเบื่อเลย ถ่ายทอดความน่ากลัวได้แบบโดยใช้ภาพไม่น่ากลัว แต่ทำให้คนดูรู้สึกได้และเข้าถึง Rooney Mara เล่นได้ดีมากๆ David Fincher ไม่ทำให้ผิดหวัง **** 
  2. My week with Marilyn เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ารักมาก Michelle Williams ถ่ายทอดความเป็น Marilyn ได้อย่างน่าชื่นชม คือ เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์แบบ born to be จริงๆ ดูได้เรื่อยๆเลย ชอบ costumes ของเรื่อง ชอบเพลง ชอบท่าเต้น น่ารักดี ***
  3. Tinker Tailor Soldier Spy ตอนแรกไม่เข้าใจชื่อเรื่อง แต่พอไปดูก็อ๋อ แรกๆเดินเรื่องได้ง่วงมาก แทบจะหลับ เป็นหนัง spy movie ที่มีชั้นเชิง แต่ตัวละครเยอะไปหน่อย ควรดูซัก 2 รอบเพื่อความกระจ่าง **
  4. ATM เออรักเออเร่อ ตลกมาก ขำทุกๆ 5 นาที ดูแบบไม่ต้องคิดมาก เน้นฮาอย่างเดียว นางเอกใหม่ น้องไอซ์เล่นได้ดีทีเดียวขนาดเป็นหนังเรื่องแรก ***
  5. Always โครงเรื่องน้ำเน่ามาก แต่ถ่ายทอดออกมาได้ดีจนมองข้ามจุดนี้ไป ภาพสวย เพลงเพราะ ซึ้งแบบอิ่มๆ เราดูแล้วไม่ร้องไห้นะ แต่แบบว่าอิ่มใจไปกับความรักของคนคู่นี้ ***
  6. Moneyball เป็นหนังที่ชิง Oscar หลายรางวัลทีเดียว ใครชอบเบสบอลไม่ควรพลาดเรื่องนี้ คนไม่เคยดูเบสบอลก็ดูได้ มีมุขฮาๆแทรกอยู่ตลอดเรื่องไม่ทำให้น่าเบื่อ นอกจาก Brad Pitt ที่เป็นตัวเอกของเรื่องแล้ว ตัวประกอบในเรื่องก็เด่นไม่แพ้กัน ทำให้เรื่องน่าติดตาม ข้อคิดดีๆมากมาย ชอบ ***
  7. Warrior สนุกมากตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ดีใจที่ไม่พลาด เนื้อเรื่อง strong บทพูดดี อารมณ์ได้ เรื่องนี้ plot คล้ายๆกะ real steel แต่นอกจากความสัมพันธ์ของพ่อลูกแล้ว ยังเน้นครอบครัว พี่น้องด้วย*****
  8. Iron lady  เป็นเรื่องที่ผิดกับที่คิดเอาไว้มากๆ หมายถึงการเดินเรื่อง วิธีการเล่าเรื่อง และเนื้อเรื่อง แต่ถือว่าดี ไม่น่าเบื่อ เดาไม่ได้ Meryl Streep เล่นเก่งมากๆ นางควรได้ Oscars ***
  9. Valentine Sweetie เทียบกะส.ค.ส.สวีทตี้แล้ว เรื่องนี้ดราม่ากว่า ทำให้เข้าใจได้ว่าบางคู่ผูกเรื่องมาตั้งแต่ภาคที่แล้วมาเน้นในภาคนี้ มีคำพูดโดนๆเยอะเลย ชอบมากกว่าส.ค.ส. วีเจจ๋าเล่นเก่งอ่ะ ***
  10. The melody เนื้อเรื่องแค่ดู trailer ก็พอจะเดาได้ทั้งหมดว่าเป็นยังไง เรื่องไม่มีอะไรมาก เนื้อหาไม่แน่นเท่าไร แต่ก็มีซีนที่ทำให้น้ำตาไหลได้ เพลงเพราะมากๆ เรื่องนี้ไปถ่ายที่แม่ฮ่องสอน ฉากสวยมากๆ ดูแล้วอยากไปเที่ยวเลย แดนเล่นดี นางเอกใหม่สวยแต่เล่นแข็งๆไปหน่อย *** 
  11. The Descendants ดูได้เรื่อยๆ เป็นหนังที่ให้ข้อคิดดี บทพูดดี George Clooney ก็เล่นดี ดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าอย่าปล่อยให้อะไรอะไรสายเกินจะแก้ไข ***
  12. The Artist เป็นหนังรางวัลที่ควรค่าแก่การไปดูมากๆ แปลกดี ภาพขาวดำ ไม่มีบทพูดเลย แต่สามารถสื่อสารความเป็นหนังเงียบได้อย่างยอดเยี่ยม รู้สึกว่าเหมือนมีบทพูดตลอดเวลา ชอบพระเอก นางเอกในการแสดงออกทางสีหน้า น้องหมาในเรื่องฉลาดและน่ารักมาก รักความรักจริงของนางเอก *****
  13. The Ides of March หนังเกี่ยวกะการเมืองที่ถ่ายทอดการ bluff ในเกมแห่งผลประโยชน์ได้ดีมากๆ ใครชอบการเมืองน่าจะชอบเรื่องนี้ ครึ่งแรกที่ปูเรื่องน่าเบื่อไปหน่อย แต่ครึ่งหลังสนุกดี Ryan Goling เล่นดี ***
  14. Dangerous Method ชอบ costume ชุดแนว vintage สวยดี Keira Knightley เล่นได้ทุ่มทุนสร้างมาก แต่เธอผอมจนน่ากลัว  เป็นหนังที่พูดถึงSigmund Freud ด้วย แต่ไม่ค่อยอินกะเนื้อเรื่องท่าไร ดูแล้วเฉยๆ ***
  15. Shame โป๋มาก พูดได้คำด้วยว่าเกี่ยวกะ sex ท้ั้งเรืื่อง มีแต่ฉากอย่างว่าจนบทบังเนื้อเรื่องไปหมด **
  16.  Alvin and Chipmuck3 หนังการ์ตูนน่ารักเหมือนเคย ภาคนี้ตลกน้อยลงกว่าภาคที่สอง แต่เจ้า chipmuck น่ารักเหมือนเคย***
  17. Mirror Mirror ภาพสวยดี ได้ดู Julia Roberts ในอีกหนึ่งบทบาท เล่นแบบนี้ก้อขำดี (แต่เริ่มแก่แล้วชัดเจน) Lily collins น่ารักมากๆ แต่เราว่าเรื่องมันแบบว่าเฉยๆไปหน่อย ฝืดๆเล็กน้อย **
  18. This means war สนุกมากอย่างไม่น่าเชื่อ เข้าไปดูแบบไม่คาดหวัง แต่หนังดีเกินคาดเลย ครบทั้ง Romantic / Comedy / Action และเด่นในทุกๆด้านผสมผสานกันอย่างลงตัว *****
  19. The Vow เรื่องนี้สร้าง Based on True story ทำได้ดีมากๆ ซึ้งสุดๆตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องจนจบ ทำได้ดีทั้งฉากโรแมนติกและเศร้า  channing tatum and rachel mcadams เล่นได้ดีมากๆ *****
  20. Titanic 3D เหมือนหนังเก่าเล่าใหม่ ไปดูระลึกความหวัง ภาพชัดกว่าเดิม ดูแล้วก็ยังรู้สึกชอบมากเหมือนดูครั้งแรก ไม่มีฉาก 3D พุ่งๆ ใครหวังจะไปดูตรงนี้ก็คงจะผิดหวัง***
  21. Battleship สนุกมากก ดูแบบไม่คิดมากนะ ถ้าคิดถึง logic ความเป็นไปได้อาจจะไม่สนุก แต่ดูไปเพลินๆ รับรองว่าชอบ ภาพสวย ตื่นเต้น ลุ้นตลอดเรื่องจนจบ ****
  22. Salmon fishing in the Yemen หนังให้ข้อคิดดีๆ อะไรที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ มันอาจจะเป็นไปได้ ตราบใดที่เรายังมีความเชื่อ ศรัทธา ตัวไหนเรียบง่ายไปหน่อย แต่ก็โอเค ไม่ถึงกะง่วงนอน ***
  23. The hunger game เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยาย ซึ่งเราก็ไม่เคยอ่านหรอก แต่ดูแล้วสนุกมาก แทบอยากจะไปซื้อหนังสือมาอ่านทีเดียว เพราะโดยปกติหนังสือดีกว่าหนังเสมอ ชอบมากกๆ รอดูภาคถัดไป *****
  24. Avengers เป็นการรวมเหล่า hero ที่ไม่ทำให้ความสนุกของหนัง drop ลงเท่าไร สมกะที่รอคอยเรื่องนี้ ถ้าจะให้ดีดู thor Hulks Ironman Captain America ไปก่อนก็จะดีมากจะได้เข้าใจเรื่องได้มากขึ้น มีมุขขำๆปนอยู่ตลอด ครึ่งแรกของเรื่องปูเรื่องนานไปหน่อย แต่ครึ่งหลังสนุกดี รอดูภาคต่อไป ****
  25. Dark Shadows เรื่องนี้เด่นเพราะมี Jonny Depp เล่นนั่นเอง บทอย่างนี้ต้องคนนี้เล่นเท่านั้น จะว่าเป็นหนังผีก็ไม่ใช่ หนังตลกก็ไม่เชิง แถมมีโรแมนติกปนอีก ดูแล้วก็เลยงงๆว่าหนังแนวไหน ฮ่าๆ เป็นเอาว่าดูเรื่องนี้อย่าคิดมากและคาดหวัง แม้จะไม่ใช่หนังชั้นยอดของ Tim Burton แต่ก็โอเคอยู่ *** 
  26. Street dance 2 ถ้าใครชอบหนังเต้นก็น่าจะชอบเรื่องนี้ เทคนิคการเต้นนำพวก latin dance มาผสมผสาน ชอบมากกว่าภาคที่แล้วนะ รู้สึก drama มากกว่า ***
  27. MIB3 เป็นอีกเรื่องที่ดูไม่จบ เพราะว่าไฟดับตอนประมาณ 10 นาทีสุดท้ายของเรื่อง จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ไปตามดูตอนจบ แต่ตอนที่ดูครึ่งๆกลางๆ ถือว่าสนุกมากก ลุ้นตลอดเรื่อง 
  28. Snow white and the huntsman เป็น snow white ในอีกแบบฉบับนึงเลยทีเดียว ภาพ ฉากดูอลังการมาก ไม่เหมือนเป็น fairy tales แต่ show white หน้าเดียวกะ Bella เลย อารมณ์เดียวจริงๆ สนุกนะ ชอบ ภาพสวย CG เด่น  และที่สำคัญ Charlize Theron เด่นมาก สวย สง่า เล่นเก่งสุดๆ ****
  29. Prometheus เราไม่เคยดู Alien มาก่อน แต่ชอบมากๆเรื่องนี้ ชอบ plot เรื่อง ถ้าดูเป็น 3 มิติจะคุ้มมากในด้าน CG  รู้สึกว่าดูไปลุ้นไปตลอดเรื่อง อยากรู้ตอนจบ แม้บางอย่างออกจากโรงแล้วยังรุ้สึกว่ายังไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม Charlize Theron เล่นเรื่องนี้ด้วย รักนางมาก :P อีกหนึ่งคนที่ต้องชมสำหรับเรื่องนี้คือ Michael Fassbender เหมือนหุ่นมาก *****
  30. Chernobyl diaries เป็นหนังที่ fail ในการไปดูมาก วิ่งตลอดเรื่องนึกว่าหนังแขก **
  31. The amazing spider man ภาคนี้ต่างกับภาคก่อนในหลายๆด้าน รู้สึกว่าไม่เน้นที่มาของความเป็น spiderman มากเท่า Drama น้อยกว่า เน้นว่าเป็น super hero ที่สมจริงใกล้เคียงความเป็นมนุษย์มากกว่าก่อน ฉากสวย effect ต่างๆโอเลย Emma Stone และ Andrew Garfield ดูมี chemistry เข้ากันได้ดี ****
  32. Magic Mike เป็นอีกหนึ่งหนังเต้นที่ทำได้ดีพอควร ดูมีเรื่องราวที่มาในการเล่าเรื่องดี แม้จะติด rate เยอะไปหน่อยก็ตาม Channing Tatum ทำให้เรื่องนี้น่าดูมากยิ่งขึ้นสำหรับสาวๆ ****
  33.  The dark knight rises เป็นหนังที่รอคอยมานาน และ Nolan ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ช่วงแรกของเรื่องอืดไปหน่อย แต่ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายนี่ต้องยกให้เลย สุดยอดมากๆ คนที่เพิ่มสีสันให้กับเรื่องนี้มากๆ คือ cat woman นั่นเอง Anna Hathaway เรื่องนี้ต้อง Thump up ให้จริงๆ *****
  34. Step Up 4 revolution ชอบมากกว่าภาคที่แล้วมากๆ เทคนิคการเต้นภาคนี้ดูโดดเด่นจริงๆ เน้นเพื่อมาโชว์โดยเฉพาะ ได้เห็นหลากหลายลูกเล่นการนำเสนอที่ต่างออกไปจากเดิม และเป็นอีกเรื่องที่ดู 3D แล้วค่อยรู้สึกคุ้มหน่อย ชอบตอน dance show ตอนสุดท้ายของเรื่องมาก ***
  35. รัก 7 ปี ดี 7 หน หนังครบรอบ 7 ปีของค่าย GTH มี 3 ตอน ตอนแรกฮาดี น้องเก้ากะนางเอกใหม่ ดูไปแล้วก็คิดถึงสังคมสมัยนี้ที่อะไร อะไรก็ social network ภาคที่ 2 คริสและซันนี่ทำเราร้องไห้ "เราจะกลับมารักกันอีกได้ไหม" ส่วนภาคสุดท้ายดุแล้วอยากไปวิ่ง นิชคุณเป็นจุดขาย แต่เราชอบสู่ขวัญเล่นได้ดีมากๆ ชอบที่ดูแล้วเหมือนทำให้ย้อนให้นึกถึงเรื่องก่อนๆของ gth ***
  36. To Rome with Love ถ้าใครชอบหนังของ Woody allen ก็คงจะโอเคกะเรื่องนี้ บทพูดเยอะ หลาย plot ในเรื่องเดียวกัน ตัดไปตัดมา คำพูดดีๆเพียบ คล้ายๆกะ Midnight in paris แต่เรื่องนี้ทำได้ดีไม่ถึงขั้นนั้น ***
  37. Total Recall เป็นหนัง remake ซึ่งเราไม่เคยดูภาคก่อน ทำให้ไปดูแล้วก็ไม่ต้องมีอารมณ์ของความเปรียบเทียบกะของเก่าเข้ามาเกีี่ยวข้อง ภาค action ทำได้ดีทีเดียว ฉากแปลกตา แต่ไม่ชอบสีเลยอย่างไรก็ไม่รู้่ บางคนว่า plot มันดูโบราณไป ซึ่งเราก็เห็นด้วยมันค่อยข้างเดาทางได้ แต่ดูหนัง action แบบไม่คิดอะไร เรื่องนี้ก็ถือว่าใช้ได้ ***
  38. The borne legacy รู้สึกเฉยๆกะเรื่องนี้แหะ ตอนแรกเกริ่นเรื่องนานมาก ปาไปครึ่งเรื่องกว่าจะเข้าใจที่เกริ่น คือไม่ได้แย่ แต่รู้สึกว่าไม่โดนเท่าไร พวก action ก็ถือว่าทำได้โอเคแต่รู้สึกว่าไม่ได้ลุ้นตามมาก ***
  39. Hope Springs เรื่องนี้เห็นแค่ดารานำ Tommy Lee Jones และ Meryl Streep ก็อยากดูแล้ว ไปดูแล้วก็ไม่ผิดหวัง ฝีมือทางการแสดงเก่งเหมือนเคย เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำว่ารักกันจนแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันไม่ใช่แค่เรื่อง sex ต้องมีรักมาเกี่ยว เหมาะมากกะคนที่แต่งงานแล้วหรือกำลังจะแต่งงาน ชอบที่ทำให้มองทั้งด้านของผู้หญิงและด้านของผู้ชาย หนังดูได้เรื่อยๆ แต่ชอบความคิดที่แฝงไว้ในบท ***  
  40. TED เป็นหนังที่ตลกและทะลึ่งมาก ขำกลิ้ง ดูแล้วจะหลงรักหมีเท็ด แต่เต็มไปด้วยข้อคิดดีๆถึงความผูกพัน บ่อยครั้งที่เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ว่า เพื่อนกะแฟน หากต้องเลือกจะต้องเลือกใคร ...ทำไมต้องเลือก :) **** 
  41. จันดารา เห็นแต่นมตั๊ก เป็นเรื่องที่มีสิ่งให้ขัดใจหลายอย่างมาก และหลายครั้งด้วย เช่น ภาพที่เน้นสีเดียว ความไม่สม่ำเสมอของ character ของตัวละคร  เป็นต้น เน้น sex มากไป น่าจะถ่ายทอดความเป็นดราม่าให้มากกว่านี้ **
  42. Intouchables ซาบซึ้งมากขึึ้นเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ทำได้ดีทีเดียว ดูแล้วไม่น่าเบื่อ ***
  43. Dredd ภาพหนังเหมือนหนังเก่า แต่เป็นเรื่องที่ทำ 3D แล้วรู้สึกดูแล้วคุ้มค่ามากๆ wink wink เยอะดีชอบ เรื่องน่าติดตามตลอด ยิงกันมันกระจาย ***
  44. Taken2 สนุกน้อยกว่าภาคแรก ฉากในตุรกีสวยดี สนุกตามสไตล์หนังแนวนี้ ***
  45. Looper ชอบมากกกก ลุ้นมากกกว่าจะจบยังไง นักแสดงแสดงได้เนียนเก่ง ทำให้ส่งเสริมพล็อตที่ดีอยู่แล้วยิ่งขึ้นไปอีก CG ดี ชอบจินตนาการของคนเขียนบท *****
  46. Argo เป็นอีกเรื่องที่ based on true story เบน เอฟเฟลกพลิกมาเป็นผู้กำกับได้ยอดเยี่ยมมากๆ ดูแล้วต้องเป็นคนที่ชอบการ์ตูนแน่นอน ครึ่งแรกปูเรื่องนานไปหน่อย แต่ครึ่งหลังสนุกมาก ลุ้นตามสุดๆ ****
  47. The Perks of Being a Wallflower หนังยอดเยี่ยมแห่งปีเรื่องนึงเลยทีเดียว มีความซับซ้อนและละเอียดมากในการสร้างตัวละครขึ้นมา ปูเรื่อง และคลายปมมาได้อย่างดี ให้ข้อคิดที่ดี มีบทพูดที่ชอบเพียบ *****
  48. Frankenweenie ตอนแรกนึกว่าเป็นหนังผี จริงๆเป็นหนังการ์ตูน เหมาะกะเด็กๆ ไม่น่ากลัวเหมือนอย่างภาพโปสเตอร์ เน้นความผูกพันกันระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ***
  49. Skyfall Best 007 series ที่เราเคยดูมาเลย ดราม่ามากขึ้น ภาพสวย เพลงประกอบสวย ไม่ได้เน้นความมันในการบู๊ ดูเท่ และอุปกรณ์ hi tech อย่างบอนด์ภาคก่อนๆ โชว์ความเป็นสายลับและกึ๋นของบอนด์ ทำให้เราหลงรักคนแก่ ความเป็น old fashioned เลยทีเดียว ****
  50. The Twilight saga : Breaking dawn part II : ถือเป็นบทจบของ Twilight ที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เป็นภาคที่เราชอบมากที่สุดรองจาก Twilight ตอนที่ 1 เลยทีเดียว ทำฉาก action ได้น่าตื่นเต้นดี เนียน ทำให้เราลุ้นจนจบ  ภาคนี้แตกต่างไปจากภาคก่อนๆหลายจุดทีเดียว six packs ของ Jacob ก็น้อยลง ความรักสามเส้าของสามคนมีบทบาทน้อยลง เป็นต้น แต่ไม่ทำให้เสน่ห์ของ Twilight จืดลงไป ****
  51. Wolf Children : เคยมีโอกาสได้ไปดูหนัง 2D animation ของญี่ปุ่นไม่บ่อย แต่ดูทีไรก็ประทับใจทุกที เรื่องนี้อีกเช่นกัน เป็นเรื่องของหมาป่า (เข้าพร้อมๆกับ Twilight พอดีเลย) บทของเรื่อง คำพูดต่างๆทำให้คิดอะไรได้หลายๆอย่างเลย ชอบสิ่งที่สื่อออกมาในเรื่องที่ว่า ยังยิ้มได้ไม่ว่าจะสถานการณ์แย่แค่ไหน รักทั้งๆที่รู้ว่าตัวตนเค้าเป็นอย่างไร และสิ่งที่ว่าถึงจุดนึงคนเราคงต้องเลือกทางของตนเอง ****
  52.  The hobbit : an unexpected journey ดูตอนแรกๆของเรื่องง่วงมากๆ ดูไปดูมาเอ๊ะ นี่เราดู harry potter หรือ Lord of the ring อยู่กันแน่ แต่รวมๆก็โอนะ เหมือนเป็นภาคแรกด้วยมั้งเลยปูเรื่องนาน ภาพสวย effect เจ๋งดี ชอบคำพูดและข้อคิดต่างๆในเรื่อง *** 
  53. Pitch Perfect : หนัง high school + musical เดาเรื่องได้ แต่สนุกตรงที่เพลงประกอบเพราะ ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่เราๆรู้จักอยู่แล้วเอามา cover ใหม่ ช่วยลุ้นจนน้ำตาซึม น่ารักดี แต่รู้สึกว่ามันไม่สุดอ่ะ เหมือนทำได้ดีกว่านี้ *** 
  54. Life of Pi : เป็นหนังของอั้งลี่ที่ดูแล้วชอบอ่ะ เกี่ยวกะความหวัง ความเชื่อ อิงศาสนานิดๆ แต่ชอบวิธีการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดออกมาได้น่าติดตามมาก ภาพสวย คุ้มมากที่ดู 3D และเป็นหนังประเภทที่ต้องดูในโรง ***** 
  55. Wreck it Ralph เป็นหนังการ์ตูนดิสนีย์ที่ดูแล้ว feel good อีกแล้ว ข้อคิดดีๆเพียบ ซึ้งตามด้วย ทำให้นึกถึงเกมต่างๆที่เคยเล่นตอนเด็กๆด้วย ***
  56. Jack Reacher เห็นหน้าTom Cruise นึกถึง Mission impossible ไปแล้ว แต่ไม่ใช่แหะ หนังออกแนวสืบสวน ดราม่ามากกว่า ชอบวิธีการเล่า ค่อยๆคลายปมออกมา บทเขียนได้ดี ลุ้นตามจนจบ ****
จัดอันดับ 5 เรื่องที่เราชอบมากที่สุดประจำปี 2012 ได้แก่
อับดับที่ 1  : The perks of being a wallflower
อับดับที่ 2 : Warrior
อับดับที่ 3 : The artist
อับดับที่ 4 : Life of Pi
อับดับที่ 5 : The hunger games
 เหมือนเราจะชอบหนังที่ based on novel หลายเรื่องแหะปีนี้

ส่วนตัวแล้วชอบหนังโรแมนติกมาก แต่หนังที่เลือกมา Top 5 ไม่มีแนวนี้เลย ขอแถมอีกเรื่องนึงหล่ะกันสำหรับคนที่ชอบหนังแนวเดียวกัน จำได้ว่าซึ้งน้ำตาไหล 
The vow
หนังยอดแย่ของเราประจำปี ที่ดูแล้วเสียดายเงินสุดคงจะเป็นเรื่องนี้
Chernabyl Diaries
ส่วนหนังไทย ปีนี้ไม่มีอะไรประทับใจเลย

ไม่รู้ที่เลือกมาตรงใจกับใครบ้างรึป่าว หวังว่าจะชอบคล้ายๆกันบ้างนะคะ :)