3/1/60

รีวิว เที่ยวยุโรปตะวันออก+ปารีส (ตอนที่ 3) : เวียนนา (Vienna)

ความเดิมตอนที่แล้ว
รีวิว เที่ยวยุโรปตะวันออก+ปารีส (ตอนที่ 1) : เตรียมตัวเที่ยวด้วยตนเอง
รีวิว เที่ยวยุโรปตะวันออก+ปารีส (ตอนที่ 2) : บูดาเปสต์ (Budapest)
วันที่ 3
เนื่องด้วยว่าตลอดทริปนี้เราเปลี่ยนเมืองกันค่อนข้างบ่อย เดินทางกันผู้หญิงสองคน กลางคืนมืดเร็วมาก หน้าหนาว 5 โมงเย็นก็มืดแล้ว เพื่อความปลอดภัย ก็เลยตัดสินใจกันว่าตลอดทริปเราจะเปลี่ยนเมืองกันตอนเช้า ออกเช้าหน่อย ไปนอนบนรถแทน ไปถึงก็เที่ยวได้เลย 
เราจองตั๋วรถไฟไว้ล่วงหน้า จองไว้เช้ามาก คือ ออก 6.40 ก็คิดว่าออกจากโรงแรม คือ Pal's Hostel and Apartments น่าจะเหลือๆ เพราะจากที่พักต้องนั่ง metro ไปยังสถานีรถไฟ คือ Budapest-Keleti ประมาณ 15 นาที แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่าเช้าวันที่ออกจากที่พัก เราพักอยู่ชั้น 2 (แต่บันไดสูงพอควร) ลิฟต์ไม่ทำงานคะ คือ กดแล้วกดอีกก็ไม่มา จุดนั้นก็เลยตัดสินใจเดินลงกับเพื่อน ลากกระเป๋าใบใหญ่หอบหิ้วกันลงมา เสร็จแล้วก็ต้องไปที่ pal's hostel and apartment บริเวณที่เรา check in ด้วยเพื่อ drop กุญแจ จากนั้นก็ลากกระเป๋าต่อไปยัง Metro ปรากฏว่า Metro ที่นี่ถ้าลงทางลงผิดก็คือผิดเลยนะ สมมติเราจะไปด้านซ้ายแต่ไปลงอันที่ไปขวา จะไปเดินข้ามเชื่อมๆกันเพื่อเปลี่ยนทิศที่สถานีแบบบ้านเราหรือญี่ปุ่นไม่ได้ ผิดก็คือผิด ต้องไปหาอันลงที่ถูก ใช่คะ เราลงผิดไปรอบ ลากกระเป๋าขึ้นบันไดมาใหม่ metro ที่นี่ไม่มีลิฟต์ พอถึงสถานีที่ถูกก็คำนวณเวลากันสุดฤทธิ์ทันมั้ย ทันมั้ย สรุปพอถึงสถานี udapest-Keleti ก็ต้องรีบวิ่งไป Budapest-Keleti Railway Terminal โชคดีไม่ไกลกันมาก กวาดสายตาอันว่องไวว่ารถไฟเวียนนาขึ้น platform ไหน ปรากฏว่าตัวอยู่บนรถไฟพร้อมกระเป๋าด้วยเวลาฉิวเฉียดมาก 6.38 เรียกได้ว่าหอบแฮ่กกันเลยทีเดียว ....คราวหน้าจะเผื่อเวลาอีก เหนื่อยเหลือเกิน รถไฟดีนะคะ ยังดูใหม่อยู่ด้วย ที่นั่งใหญ่ มีที่วางกระเป๋า จากบูดาเปสต์ ใช้เวลา 2 h 38 mins เราก็มาถึง Wien Hbf (U) / Vienna Central Station เราเลือกพักที่ Wien Hbf เพราะว่าจาก Budapest มาที่สถานีนี้ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟ แล้วเราจะนั่งต่อไปยัง Salzburg ก็ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟ ตรงรวดเดียวถึง เพื่อไม่ให้หลงก็เลยเลือกสถานีนี้ แต่ก็เห็นมีบางคนไปพักแถบ WienWestbahnhof เหมือนกัน ก็เลือกเอาที่สะดวกสำหรับแต่ละคนคะ ...ชื่อ Wien ก็คือ Vienna นั่นเอง ส่วนสถานีแค่มี west กับไม่มี นี่ห่างกันเอาเรื่องนะคะ 
สถานีนี้ใหญ่ทีเดียว สมกับเป็น central station หาทางออกมาโรงแรมกว่าจะเจอวนอยู่หลายรอบ แต่จริงๆแล้วใกล้กับสถานีรถไฟมาก ขอแค่ออกให้ถูกทางออก ...รอบนี้เราพักที่ Motel One Wien-Hauptbahnhof ข้ามถนนเดินมาอีกหน่อยก็เจอเลยคะ มาถึงตอนเช้าวันเช็คอินคนเยอะมากพอควรเลย ขนาด buffet อาหารเช้าของโรงแรมต้องต่อคิวทาน เรียกได้ว่าแน่นมาก น่าจะเป็นทัวร์ลงพอดี เพราะวันเช็คเอาท์ออกไม่เห็นเยอะขนาดนี้ ห้องพักของเราคะ Standard Double Room 
วิวฝั่งตรงข้ามก็เป็นสถานีรถไฟเลยที่เที่ยวแรก เราจะไปกันที่ Schönbrunn Palace กันคะ เดินย้อนกลับไปที่สถานี ไปนั่ง U (ก็คือ metro นั่นแหละ แต่เรียก U)  นะคะ นั่ง U1 ไปลง Karlsplatz แล้วเปลี่ยนเป็น U4 ไปลง Schönbrunn ซือตั๋วได้ที่สถานีก่อนทางเข้าเลย ใน google map มันเหมือนไม่มี U ถ้าไป U มันจะถึง Schönbrunn Palace เลย เดินแค่นิดเดียว
พอถึงแล้วก็เดินตามฝูงคนมาคะ ไม่หลงแน่นอน พอเห็นพระราชวังสีเหลืองๆก็ใช่เลย ถึงแล้วพระราชวังเชินบรุนน์... ก่อนอื่นก็ซื้อตั๋วเข้าชมก่อนเลย แค่คิวตั๋วก็ยาวมาก เราซื้อเป็น Imperial tour 13.3 Euro ถ้าใครมีเวลานาน อยากเดินชมห้องต่างๆนานก็ซื้อเป็น grand tour ก็ได้นะ อันนั้น 16.4 euroพระราชวังแห่งนี้ได้รับเลือกจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก Schonbrunn แปลว่าน้ำพุอันสวยงาม หลายๆที่ในพระราชวังก็จะมีน้ำพุอยู่เดินเข้ามาด้านใน ช่วงนี้ก็จะแปลกกว่าปกติหน่อย คือ เป็น x'mas theme ก็มีการตั้งต้น x'mas ยักษ์อยู่ด้านหน้า แล้วก็มี x'mas market ด้วย เรียกได้ว่าคึกคักทีเดียวสำหรับด้านหน้า
เครื่องดื่ม ซือแบบได้แก้วเป็นที่ระลึกก็ได้ ตอนแรกว่าจะเข้าไปชมวังข้างในเลย แต่ปรากฏว่าพอเข้าไปแล้วยังไม่ถึงคิวรอบเราก็เลยออกไปเดินเล่นในสวนก่อน ปรากฏว่า failed เล็กน้อย ต้นไม้แห้งเหี่ยว โกร๋นมาก อุณหภูมิช่วงที่ไปประมาณ -3 ถึง -5 ตามต้นไม้ พื้น นี่เป็นเกร็ดน้ำแข็งกันทีเดียว อย่างตามน้ำพุ น้ำในบ่อก็แข็งเลย มุมนี้ของวัง คิดถึงแวร์ซายของฝรั่งเศสเหมือนกันนะ แต่ที่นี่เล็กกว่าค่อนข้างมาก คือ ที่นี่ก็ใหญ่นะ แต่แวร์ซายมันใหญ่มากกกกกกกกจากวังตรงนี้เดินๆตรงไปจะเป็นSchönbrunn Palace Garden Gloriette แต่ตอนเราไปมันปิดซ่อมคะ T_Tแต่ก็เดินมานะ แม้ว่ามันจะปิด ตรงนี้เป็นทางบนเดิน มองไปเห็น Schönbrunn สวยดี จากนั้นเราก็เดินกลับมาเพื่อเข้าชมห้องในวังคะ ก่อนเข้านี่ต้องฝากกระเป๋าด้วยนะ แล้วก็รับ audio guide ฟรี รวมอยู่ในค่าเข้าแล้วhilight ดังของวังก็คงไม่พ้นพระนาง sisi ผู้ซึ่งดูแลตัวเองมาก ให้เอว 20 ผมที่ยาวถึงพื้นก็ยังสวยงามได้ อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ hall of mirrors ที่เป็นห้องที่ใช้จัดแสดงคอนเสริ์ตเล็ก และเป็นที่แสดงคอนเสริ์ตครั้งแรกของ mozart ต่อหน้ามารี อ็องตัวแนนต์ ซึ่งหลังจบการแสดง โมสาร์ทได้กระโดดนั่งตักพระนาง ตอนนั้น mozart อายุแค่ 6 ขวบเท่านั้นเราใช้เวลาที่นี่กันพอสมควร จากนั้นก็ได้เวลากลับไปต่อที่อื่นขากลับจะกดตั๋ว U แต่ปรากฏว่ามันไม่รับ cash รับแต่บัตร คิวแถวกดตั๋วก็ยาวมาก พอใส่บัตรไปกด pin ก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ดี ก็เลยเป็นกะเหรี่ยงนั่งรถไฟ หลายๆคนก็เจอปัญหานี้เช่นกัน โชคดีนะ ไม่โดนตรวจตั๋ว...เรานั่ง u4 มาลง Karlsplatz แล้วเปลี่ยนเป็น u1 มาลงที่ Stephansplatz
จริงๆเราจองโต๊ะไว้ที่ร้าน Figlmüller ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่และชื่อดังสุดในเวียนนา แต่ปรากฏว่ามาช้าไปหลายชั่วโมง โต๊ะก็เต็ม สาขานี้นี่ไม่รับ walk in เลยนะ รับแต่โต๊ะจอง ก็อดไปเค้าเลยบอกว่าให้ไปสาขาใกล้ๆ เดินไปอีกนิดนึง อันนั้นรับ walkin ไปถึงก็รอคิวอยู่นานเลยกว่าจะได้โต๊ะ แต่ก็อดทนรอนะ มาสั่งอาหารกันบ้าง หิวเหลือเกินจานเด็ดที่นี่ คือ figlmuller schnizel deep fried เป็นหมูทอด แต่ที่เด็ด คือ มันไม่เหนียวเลย นุ่มมากจริงๆ เห็นแผ่นใหญ่ๆอย่างนี้ ตอนหั่นไม่มีความรู้สึกว่าเป็นหมูชิ้นแล้วจะหั่นยากเลยเครื่องเคียงของจานนี้ เป็นมันบด มีซอสมาให้ 2 แบบอื่นๆที่สั่ง อันนี้ ซุป dumpling อะไรซักอย่าง ก้อนๆนั่นเหมือนไข่แล้วก็อันนี้ซุปเนื้อ อันนี้เด็ด ถ้าได้พริก มะนาว นะ แจ่ม คิดถึงต้มแซ่บบ้านเรา 55 แล้วก็สั่งสลัดมาอีกอย่าง น้ำสลัดอร่อย รวมๆมื้อนี้ ค่าเสียหาย 49.6 euroจากนั้นออกมาเดินเล่นแถว Shopping street ชื่อ Graben/ Karntner Strass แต่วันนี้วันอาทิตย์นะคะ ห้างร้านปิดหมด เปิดไฟไว้ให้เรา window shopping กันเฉยๆ ...ถนนแต่ละเส้นแถวนี้ ก็จะประดับไฟต่างๆกันไป แต่สวยหมดเลย ชอบๆ จุด centre ของ Stephenplatz ตรงนี้ก็คือ St. Stephen's Cathedral มหาวิหารโรมันคาทอลิกที่สูงที่สุดและอยู่คู่เวียนนามากกว่า 800 ปี เป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์บิชอปแห่งเวียนนา ด้านใน ด้านหน้าวิหาร ก็มี x'mas market อีกเช่นกัน เสียดายบางส่วนของโบสถ์ด้านหน้ามีการปิดซ่อมที่หน้า stephans cathedral จะมีพนักงานแต่งกายเลียนแบบ mozart มายืนขายบัตรคอนเสริ์ตออร์เคตราอยู่เต็มไปหมด ถ้าไม่อ่านข้อมูลมากก่อนคงคิดว่าเค้าหลอกขายรึป่าว แต่พี่ที่รุ้จักที่มาก่อนหน้าและ guidebook ก็บอกว่าซือจากตรงนี้ได้เลย ซักครั้งหนึ่งในชีวิตมาเยือนถึงถิ่นเค้าแล้วก็ขอชมซักหน่อย ซื้อตั๋วกับพนักงานตรงนี้ก็ต้องระบุเป็นวันนะคะว่าจะชมวันไหน เหมือนราคาก็จะถูกกว่าใน website ที่ขายกันซักหน่อย ...วันที่เราไปเป็นคิวการแสดงของ Strauss & Mozart konzerte ที่จัดที่ Kursalon Wien ..เวลาโชว์จริงประมาณเกือบ 2 ทุ่ม แต่ก็ต้องไปถึงก่อน 19.30 เนื่องจากทุกอย่างปิดหมด ก็เลยได้แต่เดินเล่นฆ่าเวลากันไป ย่านนี้สวยคะ ร้านแบรนด์เนมเพียบ เสียดาปิด อดเสียตังค์เลยเดินมาเรื่อยๆเจอ Pestsäule (plague column) ได้เวลาของหวานคะ จริงๆร้านดังของเวียนนาที่ทุกคนรีวิว คือCafe sacher แต่คนใกล้ตัวมักจะบอกว่าไม่หร่อย เราเลยไม่ได้ไปลอง เลยไปร้าน Cafe Demel แทนอีกหนึ่งร้านเบเกอรี่เก่าแก่ชื่อดังของเวียนนา เข้ามาด้านในก็ต้องรอคิวพอควรเลยกว่าจะได้โต๊ะ โชคดีมาก ที่พอได้โต๊ะไม่นาน เค้าก็ปิดรับคิว เพราะร้านจะปิดแล้ว เราสั่งตัวดังของเค้า คือ crème schnitte (cream slice) ก็อร่อยดีนะ ช็อคโกแลตมาก ชอบตรงช็อกโกแลตแผ่นๆที่หุ้มรอบและหน้าเค้ก อร่อยมากขาดไม่ได้ ต้องทานคู่กับช็อกโกแลตร้อนสำหรับวันอากาศหนาวๆแบบนี้ ค่าเสียหายมื้อนี้ 16.1 euroจากนั้นเราก็เดินไปที่ Kursalon Wien เพื่อรอเวลาชม konzenteอันนี้ที่เราจะดู คนเยอะทีเดียวนะเกือบเต็มไปถึงนี่ต้องฝากกระเป๋าและโค้ทด้วยนะ คิดค่า cloakroom ชิ้นละ 1 ยูโร ก็ถือเป็น 42 euro ที่คุ้มค่า ซักครั้งนึงมีโอกาสได้มาฟังอะไรเช่นนี้ ระหว่างที่เค้าเล่นแต่ละเพลง จังหวะเบรกก็มีพูดอะไรปล่อยมุกให้ขำ มีโชว์บัลเล่ต์ปนๆด้วย และก็ผูกเรื่องราวแต่ละเพลงไม่ให้น่าเบื่อ ระยะเวลาการแสดงทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง เลิกก็ 4 ทุ่ม นั่ง U กลับ ตอนระหว่างเดินทางนี่แบบโอ๊ยหนาวมาก ยิ่งดึกยิ่งหนาว....จัดเป็นวันที่เหนื่อยมากเลย เพราะว่าตื่นเช้ามากและเที่ยวจนดึกมาก แต่ก็ดีนะ 
ตอนหน้าจะพาไปเที่ยว salzburg กันคะ