4/2/57

เตรียมการบ้านกะ NN : 4 ก.พ. Crisis or Opportunity?

จากความเดิมที่เขียนไว้เมื่อต้นปี  ตอนนี้ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนกว่าๆสำหรับการเปิดตลาดในปี 2014 เราผ่านเหตุการณ์ต่างๆมามากมาย ทั้งภายในและภายนอกไม่ว่าจะเป็น
  • Bangkok Shutdown
  • การประกาศพรบ.ฉุกเฉิน
  • เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.
  • เรื่องจำนำข้าวดูจะเป็นประเด็นร้อนมากยิ่งขึ้น
  • เรื่องดีภายในประเทศหน่อย ก็คือ ตัวเลขส่งออกที่เป็นบวกครั้งแรก และเราก็ขาดดุล Current account น้อยลง
  • อาร์เจนตินา ลดค่าเงินตัวเอง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิด Contagion ขึ้นมาอีก ท่ามกลางความอ่อนแอของเศรษฐกิจของประเทศ Emerging Market
  • จีน ไม่โตดังคาด แถมมีปัญหา credit crunch จนต้อง bailout fund เรื่อง shadow banking ยังคงความกังวลให้ตลาดอยู่เนืองๆ
  • Janet Yallen ขึ้นรับตำแหน่งใหม่ต่อจากป๋า Ben Bernake ก็สนองนโยบายต่อด้วยการลด QE อีก 10bln จนตอนนี้จากทีเคยอัดฉีดเงินเดือนละ 85bln ก็เหลือเพียงเดือนละ 65bln ดูเหมือนหายไปไม่เยอะ แต่จริงๆ คิดเป็น 23.53% เลยทีเดียว 
  • ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด 
  • ฯลฯ
ณ วันที่ 4 ก.พ.  YTD SET Return -1.68%
และแน่นอน Fund outflows ยังคงไหลออกจากประเทศไทยต่อ
ณ วันที่ 4 ก.พ. 2557
ณ วันที่ 3 ก.พ. 2557
จริงๆ Fund outflows ไม่ได้ไหลจากประเทศไทยประเทศเดียว ก็โดนกันหมด across region แต่ที่น่าสังเกต คือ ถึงแม้ว่า SET index จะติดลบ แต่ถ้าเทียบกะประเทศอื่นในโลก SET return ดีกว่ามากๆ ตลาดต่างประเทศเจอ Correction รอบใหญ่กันตั้งแต่ต้นปี ซึ่งภาพผิดกับปีที่แล้วมาก Indo และ SET ที่เป็น Worst performer index กลับมา outperform ตลาดโลก ....ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เป็นเพราะว่าขายกันไปเยอะแล้ว ทำให้แรงขายน้อยลง หรือมองด้าน Valuation gap กับประเทศที่ก่อนหน้านี้ outperform มาก หรือมองว่าเริ่ม bottom out แล้ว ...ก็รอดูกันต่อไป
ณ วันที่ 3 ก.พ. 2557
ท่ามกลางตลาดโลกที่ดูแย่สำหรับ Equity class ในปีนี้ ปีที่แล้วตลาดไทยเราก็ Divergence กับเค้าไปรอบนึงแล้ว ปีนี้จะ Divergence ต่อ หรือจะ Mean Reversal ในด้าน return หรือว่าฝืนกระแสไม่ได้ จะตามเค้าไปในที่สุดหรือไม่ ต้องติดตาม ...ตอนนี้ตลาดหลักของโลกหลุดแนวสำคัญไปหละ โดยเฉพาะ DJIA และ Nikkei เหลือ DAX ยังพอทน
 
 
ตลาด TIPs เองรอบนี้ก็ไม่ค่อยสามัคคีกัน PHCOMP ดูแย่กว่าเพื่อน
ทุกครั้งที่ตลาด correction สัญญาณเตือนมักจะมาในหลายรูปแบบ และ patterns ต่างกันออกไป รอบนี้ Yield ของเมกาไม่ spike ที่ทำให้คนเกิด fear เหมือนรอบก่อนเลย ทั้งๆที่ QE tapering เป็นของจริงแล้วและเพิ่ม size ด้วย....แถมมีคนให้มุมมองที่ต่างออกไปอีกว่าการที่ yield ของ bond ลง  เป็นเพราะว่า shift asset class เอาเงินมา park ไว้ในธนบัตรดีกว่าเอาไปลงใน US Equity ที่ High valuation...มึน เหตุมาหลังผลเสมอ ราคาลงก่อนค่อยรู้ว่าทำไมลง T_T
จะมีก็ Dollar index ที่ค่อยๆแข็งค่าขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ดีต่อ risky asset
ค่าเงิน Yen ที่กลับมาแข็ง ตรงนี้คนที่ carry trade ไปน่าจะกลับ position กันส่วนนึง
รอบนี้ VIX spike ไม่เห็นขึ้นมาเหนือ 20 นานแล้ว
ออกไปนอกประเทศซะนาน กลับมาดู SET ไทยบ้าง เราก็ยังไม่พ้น downtrend ข้อดีหน่อยคือยก low แล้วไม่ทำ new low ใหม่ แต่ก็ยังไม่ยก high ใหม่ขึ้น MACD ยังอยู่ในแดนบวก แต่ RSI ไม่ค่อยจะแข็งแรง และยังอยู่ต่ำกว่า MA เส้นต่างๆ
ต้องไต่อีกหลายด่านด้านบน แต่ถ้า false ด้านล่างก็โล่งใช้ได้เลย
ลุ้นให้ค่าเงินบาทไม่ทำ new high แล้วกลับลงมา test ซัก 32.5-32.6 ก่อน เผื่อจะช่วยให้ foreign ขายน้อยลงบ้าง
สิ่งที่จะต้องติดตามต่อไปนี้ ซึ่งน่าจะมีผลกับการลงทุนของบ้านเรา ในยาม volume เงียบเหงา
  • การเมืองของประเทศไทยจะจบยังไง ตอนนี้เหลือตั้งเวที 4 จุดลดจาก 7 จุด เมื่อไรจะเลิก BKK shutdown 
  • เลือกตั้งไปแล้ว ไงต่อ จะได้ตั้งรัฐบาล หรือ เป็นโมฆะ จะมีเลือกตั้งกันใหม่มั้ย จะเดินหน้าต่อกันไปยังไง
  • Real sector  ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลังจากเรื่องวุ่นวายต่างๆ ต้องคอยตามเลขเศรษฐกิจกัน
  • งบการเงินปี 2013 ที่กำลังทยอยประกาศ 
  • ฤดูการปันผลประจำปี
  • US debt ceiling 
  • China policy
  • การขึ้น vat ของญี่ปุ่น 
  • ฯลฯ 
 ยังคงยืนยันเหมือนเดิมเหมือน blog ก่อนหน้า ว่าเรามองการที่ตลาดลงมาขนาดนี้ เป็นวิกฤตหรือเป็นโอกาสในการลงทุน ถามว่า SET ตอบรับข่าวร้ายไปมากน้อยแค่ไหนแล้วในราคาปัจจุบัน ราคาเมื่อเทียบ return to risk น่าสนใจหรือยัง ผ่านไป 1 เดือนกว่าเหมือน set ยังไม่ค่อยเลือกคำตอบให้เท่าไร ...Time will tell :)