1/1/57

เตรียมการบ้านกะ NN : 1 ม.ค. 57 2013 Stock Market Review

ไม่ได้เขียนถึงตลาดหุ้นซะนาน เนื่องจากเขียนทีไรหุ้นลงทุกที ปรากฏว่าไม่เขียนก็ไม่ช่วยอะไร ปิดปี 2013 ไปอย่างน่าเศร้าใจ SET index ปิดปีที่ 1298.71 Return สำหรับปี 2013 ปิดติดลบไป 6.70%
จบภาพขาขึ้นอันยาวนานที่ rally ยาวมาตั้งแต่ปี 2009
SET index ทำ high สูงสุดในเดือนพ.ค. ที่ 1649.77 นับจากปิดปีที่แล้ว return สูงสุดในปีสูงถึง 18.52%
SET index ทำ low สูงสุดในเดือนพ.ค. ที่ 1260.08 นับจากปิดปีที่แล้วติดลบไปต่ำสุดที่ 9.47%
ปีนี้เป็นปีที่ถือว่าตลาดเปลี่ยน mood เร็วมากๆ ตอนต้นปีเหมือนอยู่ในความฝัน แล้วก็เหมือนโดนปลุกอย่างกะทันหันให้ตื่นรับสภาพความจริงที่เกิดขึ้น จาก High to Low SET ติดลบไป 23.62% จาก High to close SET ติดลบไป 21.28%
แถมที่โหดกว่านั้น คือ มันไม่ใช่ขาลงตลอดทาง ตลาดพยายามฮึดสู้อยู่เป็นระยะ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อแรงขาย ถ้าสังเกตตลาดไม่สามารถยก high ให้สูงขึ้นกว่า Previous high ครั้งก่อนได้เลย และทยอยทำ lower low ตลอด แม้จะปิดปีจะไม่ได้ปิดที่ new low ก็ตาม

ตลาด move โดย Volatility ที่สูงขึ้นมาก ให้ดูความเหวี่ยงต่อวัน High Volatility is the new normal ใครเล่น momentum plays คงเข้าใจดีว่าตลาดปีนี้เล่นยากแค่ไหน เบรกไปถ้าตามหัวแตก ติดดอย ถึงจุดคัทคัทตามแล้วเด้งต่อหน้าต่อตาก็มีเยอะ แต่ถ้าไม่คัทกลับมาดูอีกทีอาจจะเจ็บหนักกว่าเดิม 555
มักจะมีคนถามว่าทำไมหุ้นถึงลง - คำตอบก็คือแรงขายมากกว่าแรงซื้อก็เท่านั้นเอง ส่วนจะขายเพราะอะไรมันก็มี reason behind action ของมัน มาดูยอดซื้อขายของตลาด ปรากฏว่า Foreign exits เป็นเหตุนั่นเอง
ตามสมมติฐานที่ว่า SET เคลื่อนไหวตาม Foreign fund flows เป็นหลัก น่าจะจริงอยู่ สูตรนับ 3 เวลาซื้อ และนับ 2 เวลาขาย basis ง่ายๆบ้านๆของเราน่าจะยังได้ผลอยู่
ทำไม foreign ถึงขายหนักอย่างนี้ เห็น SET index return ลบเท่านี้สาหัสแล้ว ถ้าเป็น Foreign โดน Forex Loss อีก SET index return in $ term ติดลบไป 13.21% จากค่าเงินบาทที่อ่อนลงบมา 6.51%
จริงๆแล้ว แรงขายมันก็ไม่ใช่เฉพาะแค่ไทยประเทศเดียว โดนกันทั่วหน้าทั้ง TIPs market สาเหตุส่วนนึงนอกเหนือมาจากการที่ Hot money ที่ไหลเข้ามามากในช่วงที่ FED ทำ QE ทำให้ multiples rerating ไปมากจาก Liquidity surplus แต่พอ QE จะ Taper เงินก็เหมือนน้ำ ไหลมาก็ไหลกลับไป จริงๆ ไหลออกตั้งแค่ที่คาดว่าจะถอน QE แล้ว(แต่ประกาศจะถอนจริงม.ค. 14) ประกอบกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคนี้อ่อนด้วยลง อย่างประเทศไทยเอง ก็มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นระดับ Household debt ที่สูง ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด GDP growth ที่โตต่ำกว่าคาด Earnings growth อยู่ในช่วงระหว่างที่โดน downgrade เมื่อเทียบกับ Developed market ที่อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว Valuation ที่เคยได้ premium เหนือกว่าปกติในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็โดน discounted ลง

นอกจากนี้ US bond yield ที่สูงขึ้น Earning yield gap ลด PE ก็ต้องโดน derating สุดท้ายตอนนี้ Real interest rate ของประเทศเราแทบจะติดลบ จากการที่ BOT surprise cut ดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ...จริงๆแล้วดอกเบี้ยลง ถ้าเป็นสูตร valuation discounted rate ต้องต่ำลง Target price สูงขึ้น แต่ปัญหาคือ Bond yield / cost of fund ในตลาดมันไม่ลงด้วย จากการที่ Liquidity มัน dry up ขึ้น ....แถมประเทศไทยเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง Political uncertainty ทำให้ country risk premium สูงขึ้นไปอีก

พูดถึงประเด็นการเมืองแล้วเศร้าใจ ยืดเยื้อ และไม่รู้จะจบลงตรงที่ไหน แน่นอนว่านักลงทุนไม่ชอบความแน่นอน จัดเป็น risk ใหญ่....ณ จุดนี้จากการประเมิณ Scenario ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 1) มีการเลือกตั้งแต่รัฐบาลที่ได้จะต้องมาปฏิรูปการเมือง หรือ 2) ไม่มีการเลือกตั้ง แต่จะบริหารประเทศกันยังไงไม่รู้ หรือ 3) การจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมา หรืออื่นใดก็แล้วแต่ ยังไงก็ไม่น่าจะดีต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ คือ มันจะเป็นเหมือน Vacuum period กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะหยุดนิ่งลง ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจสั่งการในการบริหาร project ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ประเทศก็ก้าวต่อไปไม่ได้

จาก GDP = C + I + G + (X-M) ยังไม่เห็นตัวใดเป็น driver ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตอนนี้ทุกคนก็ได้แต่หวังว่า domestic consumption จะไม่โตมากแต่ก็ไม่หดมาก ไม่มีรัฐบาล I G คงไม่เกิดการลงทุน CAPX cycle ที่เคยหวังก็คงเหนื่อย คงต้องหวังพึ่ง X-M จากบาทที่อ่อนลงมาทำให้มี Price competitiveness มากขึ้นประกอบกับการฟื้นตัวของ Developed market ก็หวังจะให้มี reexport ไปยังประเทศพวกนี้มากขึ้น...จากภาพ Macro ทางเศรษฐกิจแบบนี้ Earnings outlook ปีหน้าก็เหนื่อยขึ้นไปอีก ไม่มี Populism campaign มาเป็นตัวช่วยแถมอย่างปีก่อนๆ ด้วย


ปี 2013 Equity เป็น asset class ที่ outperform มาก (ถ้าลงถูกประเทศ) ตลาดไทย Decouple สุดๆ เป็นประเทศที่ return ห่วยสุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลกในปีนี้
 มองแล้วดูสถานการณ์แย่ต่อไปยังปี 2014 แต่ต้องดูประกอบว่าราคาหุ้นมันสะท้อนไปหมดแล้วหรือยัง ฝรั่งที่ขายไปเยอะแล้วจะ exit ต่ออีกหรือเปล่าในปีหน้า เราว่าจุดนึงคงต้องมองกลับมาว่าหุ้นไทยมันถูกพอที่จะเข้าซื้อแล้วหรือยัง  Flows จะไหลกลับเข้ามาก็ต่อเมื่อเค้าเห็น downside risk จำกัดในระดับที่ประเมินได้ หรือ Expected return/risk มันดึงดูดพอ ยกตัวอย่างเช่น ปีก่อนเรายังกลัวกัน Euro crisis กันอยู่เลย แต่ดูหุ้นในยุโรปซิ Outperform กระจาย....หรือถึงเวลาที่เราจะต้องกระจายความเสี่ยงไปลงทุนต่างประเทศแทน 555 

Happy New Year :)